|
12 ตุลาคม 2547
เมื่อคืนมีคนโทรเข้ามาที่มือถือ
เป็นสายที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้
แต่ต้องเรียกว่าฉันรอเวลานี้มานานแล้ว
รอที่จะบอกเค้าว่า ฉันอโหสิกรรมในทุกๆสิ่งที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ที่ผ่านมาถือว่าเลิกแล้วต่อกัน
ไม่คิดว่าติดค้างกันอีกในเรื่องใดๆ
ตอนที่ตกลงยุติความสัมพันธ์ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไร
แฟนก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่เชิง เป็นอะไรก็ไม่รู้
ช่วงนั้นเสียใจแค่วันแรกเท่านั้น
พอตื่นขึ้นมาอีกวันก็กลายเป็นความรู้สึกเจ็บใจทั้งหมด
อาทิตย์ต่อมาก็เหมือนตัดหลุดไปเลยนะ
คือ ไม่เหลือทั้งเสียใจ และเจ็บใจ
คงเพราะว่าไม่ได้เสียใจล่ะมั้ง
การตัดความรู้สึกเจ็บใจออกไปง่ายกว่าเยอะ
แต่ถ้าพูดถึงขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องรู้สึกกรุ่นๆในใจเสมอ
ก่อนหน้านี้สักสองสามปี ปากอาจจะพูดได้ว่าไม่คิดอะไรแล้ว
แต่ว่าในใจก็ยังมีอะไรติดๆอยู่เหมือนกัน
ที่จริงฉันต้องขอบคุณเค้าด้วยซ้ำ
ตอนที่บอกไปว่า ตอนนี้ฉันสบายดีมาก
ก็หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ทั้งทางโลกและทางธรรม
เพราะหนึ่งอาทิตย์หลังจากวันนั้น
ทำให้ฉันได้หันมามองคนที่กำลังยืนเคียงข้างฉันในวันนี้
คนที่ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอใครที่ดีกับฉันได้ขนาดนี้อีกแล้ว
และหลังจากวันนั้นก็ทำให้ฉันหันกลับมาเดินในทางธรรม
โดยที่ไม่หลุดออกจากเส้นทางนี้อีกเลย
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาพอจิตใจพัฒนาขึ้น
ก็รู้แล้วว่าเราไม่คิดอะไรอีกแล้ว
ไอ่อาการกรุ่นๆในใจก็ไม่มีแล้ว
รู้สึกเลยว่าให้อภัยไปแล้วทั้งหมด
เพียงแค่ไม่มีโอกาสได้เจอกันและพูดกันเท่านั้น
ได้แต่ตั้งใจไว้ว่า ถ้าวันไหนที่เค้าตั้งใจจะไปดี
ฉันก็อโหสิกรรมทั้งหมดให้
และจะอนุโมทนาตามทางเจริญไปด้วย
ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจมานานแล้ว
และเมื่อคืนก็มีสายเข้ามาพูดเรื่องนี้
ฉันแทบกระโจนออกไปบอกเลยว่า
ฉันยินดีจริงๆ และขอบคุณที่โทรมา
ทำให้สะกิดเอาสิ่งที่ติดค้างกันอย่างสุดท้ายออกไป
นี่ทำให้ฉันได้รู้เลยว่า การไม่ต่อกรรมกันเป็นยังไง
การไม่จองเวรและไม่ต้องไปชดใช้กรรมกันอีกเรื่อยไปเป็นยังไง
***
ฉันสังเกตอะไรได้อย่างหนึ่ง
ว่าฉันมีคนสองคนเป็นอย่างน้อย
ที่ดำเนินชีวิตตามฉันมา ในเส้นทางเดียวกัน
แทบจะก๊อปปี้ชีวิตกันมาเลยเชียว
ต่างกันแค่ช่วงเวลาเท่านั้น
แต่ประสบการณ์ สิ่งที่เจอ ผู้คนที่เจอ
ช่างเหมือนกันจนน่าตกใจ
คนนึงคือน้องพิม
เมื่อกี้ฉันไปอ่านเกสบุคที่น้องพิมมาทิ้งเอาไว้
พิมบอกว่า บังเอิญหรือเปล่าที่เราเขียนเรื่องเดียวกัน (อีกแล้ว)
ฉันเลยได้ไปอ่านไดน้องพิม
และทำให้ได้คิดว่า ชีวิตเราไม่ต่างกันเลย
เราเป็นเด็กสตรีวิทย์เหมือนกัน สังคมเดียวกัน
ตามมาเรียนบีอีเหมือนกัน เช่นเดียวกัน
เราทำงานด้วยกันตอนเรียนจบ
ก่อนที่ฉันจะไปเรียนต่อแบบทุลักทุเลก่อน
น้องพิมก็บินตามมาเรียนต่อหลังจากฉันจบ
ด้วยความทุลักทุเลไม่แพ้กัน
ฉันกับคนที่เขียนถึงข้างบนนั้นก็มีความสัมพันธ์
แบบที่บอกไม่ถูกว่าเป็นอะไร (คือเป็นกิ๊กล่ะมั้ง)
แล้วฉันก็จบความสัมพันธ์นั้นไป
น้องพิมก็มีความสัมพันธ์แบบเดียวกัน
อยู่ห่างกันคนละประเทศเช่นกัน
แล้วน้องพิมก็จบความสัมพันธ์นั้นตามฉันมา
แล้วเราสองคนก็มีแฟนใหม่ (ต่างคนต่างมี :P)
แล้วตอนนี้ก็มีความสุขดีกับสิ่งที่มีสิ่งที่เป็น
ฉันเขียนไว้ข้างบนแล้วว่า ฉันตัดได้นานแล้ว
น้องพิมยังอยู่ในช่วงที่มีอะไรกรุ่นๆในใจ
คิดว่าอีกไม่นานพิมก็ต้องตามมาอีกเหมือนเดิม
ส่วนอีกคนหนึ่งคือ น้องแหนม
กับน้องแหนมนี่รู้มานานแล้วว่า เราเหมือนกันมาก
ด้วยรายละเอียดชีวิตที่คุยกันบ่อยๆมากกว่าเรื่องใหญ่ๆที่เกิดขึ้น
กับแหนมเราไม่ได้เรียนด้วยกัน ทำงานด้วยกันสักที่
แต่ว่าปรากฏว่าชีวิตแหนมตอนนี้เหมือนก้าวตามพิมมาอีกที
น้องแหนมยังไม่เจอแฟนใหม่ที่ดี
หลังจากเลิกกับคนเก่าไป ซึ่งดันเป็นคนเดียวกับฉันเสียอีก
(น่าแปลกใจมากที่แฟนใหม่แฟนเก่ากลับสนิทกันได้ขนาดนี้)
น้องแหนมเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังทีไร
ฉันก็ฟังเหมือนกับแหนมกำลังเล่าเรื่องของฉันเอง
เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันเมื่อสองสามปีก่อน อย่างไรอย่างนั้น
แปลกจังเลยนะ ยังมีใครที่อยู่ในสมาคมนี้อีกมั้ย
มายกมือเร้ว
(เออ สองคนนี้ตอนนี้อยู่นิวยอร์กเหมือนกันอีกต่างหาก)
4.31 PM
Previous
|