คุณหนูมั่กๆ
เมื่อวานเห็น Time วางอยู่ที่บ้าน
แล้วก็ เอ๊ะ ยังไม่ได้อ่านเลยนี่นาเล่มนี้ หลุดไปได้ไง
เป็นสัมภาษณ์ประธานคมช.
เขียนเรื่องนี้เวบนี้จะโดนปิดมั้ยเนี่ย
เอาไปเม้าในสะไก๊ดีกว่า ไซเล้งเตือนด้วยเน้อ
แต่ว่าออกความเห็นนิดนึงว่า
ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น และก็ไม่เห็นด้วยจนบัดนี้
และก็เห็นว่า การสัมภาษณ์หนนี้ไม่ดีต่อประเทศไทยเลย
จบ..
***
พักนี้รู้สึกคุณหนูมากๆ ยิ่งกว่าที่แล้วแล้วมา
เพราะว่าทำงานแล้วก็มีคนมาคอยทำโน่นทำนี่ให้
ไม่รู้ตัวเลยว่าถูกสปอย จนวันหนึ่งอยู่บ้าน
แล้วพวกอาๆเค้ามาเยี่ยม ซื้อของมาเยอะแยะ
แล้วเค้าก็ยื่นตะกร้าให้ฉัน บอกว่า เอาไปใส่ตู้เย็น
จังหวะนั้นงงขึ้นมาหนึ่งแวบว่า เอ๊ะ มาใช้เราได้ไงเนี่ย
แล้วก็ขำตัวเองขึ้นมาระหว่างเอาของไปใส่ตู้เย็นว่า
ตายละ นี่คุณหนูเสียจนคนอื่นมาใช้เราไม่ได้แล้วนะ
ต้องเป็นฝ่ายใช้คนอื่นแทนถึงจะคุ้นเคยกว่า
(แล้วเดี๋ยวนี้ก็ใช้ลูกน้องอายุมากกว่าอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอีกต่างหาก -_-)
ที่สำคัญ งอแงๆกลับมาบ้านว่าอยากล้างรถ
จริงๆก็แค่ขับไปให้ลูกน้องล้างก็หมดเรื่อง
แต่ว่าอารมณ์เสียวันนั้นเลยไม่อยากล้าง
ก็เลยกลับมาบ้านกะจะเอามาล้างที่บ้านนี่แหละ
งอแงตั้งแต่เช้าว่ามันร้อนไม่อยากล้าง จะรอเย็นๆ
พ่อก็บอกว่า “เอากุญแจรถมา เดี๋ยวไปให้เด็กล้างให้”
โอ้ มายก๊อด ทำตาปริบๆมองพ่อแบบสงสัยว่า
นี่พ่อเค้ารำคาญหรือเค้าอยากให้เราเป็นคุณหนูเนี่ย
แต่ก็ให้กุญแจรถไปแต่โดยดี
(สำนึกตรงไหนคะเนี่ยคุณ)
รู้สึกตัวเองเป็น นป. ไงก็ไม่รู้ล่ะ
แต่คนที่มาสปอยไม่ใช่บีทูนะ
เป็นใครก็ไม่รู้เยอะแยะรอบตัว
จะสามสิบแล้วแทนที่จะสำนึกไม่ทำตัวสปอยเรื่องมาก
ยิ่งไม่มีแฟนด้วย ยิ่งไม่สมควรจะเรื่องมาก และเอาแต่ใจ
ก็กลับอาการหนักกว่าตอนมีแฟนเข้าไปอีกแฮะ
ถ้ากลับมาอยู่บ้านจะยิ่งรู้สึกคุณหนู
เพราะไม่ต้องทำอะไรเองเลยสักอย่าง
อยู่กรุงเทพฯยังต้องหาอะไรกินเอง
เก็บล้างจานชามอะไรเองบ้าง
แต่อยู่นี่แบบว่าทุกอย่างรอเสิร์ฟอย่างเดียว
ขี้เกียจค่อดๆแล้วค่ะคุณ แม้แต่ทำอาหารที่ชอบมากๆก็เหอะ
โอ่ย ไปทำอะไรมาเนี่ย
ที่ทำให้โดนสปอยขนาดนี้
(เอ๊ะ หรือเราสปอยน้องปูมากไปหว่า)
***
มีรูปของกินติดค้างมาตั้งแต่วันพฤหัส
ไปกินเนื้อย่างที่ Giant ตึก UFM Fuji2 มา
โดยการชักชวนของโอกิและมีผู้ร่วมขบวนการเป็นหนุ่มๆทั้งนั้นเลย
ออกตัวไว้ก่อนว่ารูปเซตนี้ถ่ายยากมากและเอามาแก้ก็ยากอีก
อาจจะออกมาดูแล้วปวดตาไปหน่อยนิ

ชาร้อน

อุปกรณ์มารอ หนังสือด้านบนนั่น เอามาดูเล่นแล้ว
พบว่า แหม บางคนเค้าไม่น่ามาทำอาชีพนี้เลยนะ น่าเสียดาย
เนื้อทั้งหมดโอกิเป็นคนสั่งให้ ก็เลยรู้บ้างไม่รู้บ้างว่ามันคือส่วนไหน

นี่ส่วนไหนก็ไม่รู้ รู้แต่มีผงชูรสโรยข้างบน

ส่วนนี้ฉันชอบที่สุด เป็นเนื้อติดตับ

สันในพิเศษ ปรากฎว่าเหนียวแฮะ

ย่างดังฉ่าๆ

สุกแล้วพร้อมหม่ำ ง่ำๆ

ดูอย่างอื่นมั่ง อันนี้ข้าวยำเกาหลี

เสิร์ฟพร้อมซุปสาหร่าย ที่แย่งเค้ามาเป็นของตัวเองคนเดียว อิอิ

ผักอะำไรสักอย่างนี่แหละ จำไม่ได้

เต้าหู้เย็น ขาดไม่ได้ ไปไหนต้องสั่งมากินว่าที่ไหนอร่อย
แต่ที่นี่เฉยๆ รสชาติเกาหลีๆ

ตามด้วยของหวานตบท้าย
ตอนกินลอตแรกนั่น กินยังไม่ทันรู้ตัวเลย ก็หมดแล้ว
ก็เลยบ่นขึ้นมาว่า โอ๊ย กินไม่ทันหนุ่มๆเลย
เค้าก็เลยสั่งมาให้อีกสองจาน คราวนี้เลยไม่มีใครกล้าแย่งกินเลย เงิก
เจ้าแม่จริงๆ
แล้ววันรุ่งขึ้นก็ชวนเจสไปกินข้าวแช่ เพราะไม่เคยกิน
ให้ช่วยสอนหน่อยว่ากินยังไง ก็เลยไปที่ร้านหลายรส ตรงสมิติเวช

ระหว่างรอเจส ก็เลยสั่งหอยลายอบเนยมานั่งกินกะพี่เสือ

กินคู่กับขนมปังกระเทียม


เช่นนี้แล
แล้วพระเอกของเราก็มาด้วยข้าวแช่ลอยกลีบกุหลาบกับดอกมะลิ หอมเทียนอบ


หน้าตาดีมากๆ รสชาติก็ใช้ได้ทีเดียว แต่ไม่ถูกจริตฉัน
กินไปได้แค่ครึ่งเดียว ที่เหลือเจสมาเหมาไปหมด
ความรู้สึกมันเหมือนไม่ใช่อาหารคาวน่ะ
แต่ก็เป็นของคาวไง แล้วพอกินแล้วมันเลยขัดแย้งกันชอบกลๆ
รู้สึกแปลกๆที่มีกลิ่นเทียนอบในข้าว แล้วก็กินกับหมูเส้น ไรงี้
อีกอย่าง กับข้าวพวกนี้ก็ไม่ใช่ของโปรดฉันอยู่แล้วด้วย
ชอบอย่างเดียวคือ หมูยัดไส้พริกหยวก อันนั้นขอกินกะข้าวสวยได้มะ
รีบมาแปะรูปก่อนจะดองไปมากกว่านี้
ไม่อย่างงั้นเดี๋ยวจะมีร้านอื่นๆอีกมากมายที่ต้องรีวิวตามมา

