ก๋วยจั๊บยืนพื้น Royal barge museum
ช่วงบ่ายก็กลับกรุงเทพฯมาเลือกตั้ง สก. สข.
(ทำเหมือน Silver Lake อยู่บางนาไรงี้เลยนะเรานี่)
ที่เราเพิ่งเคยเลือกเป็นครั้งแรก เพราะเพิ่งย้ายมาเป็นคนกรุงเทพฯ
หน่วยเลือกตั้งมันตลกอะ แยก สก. และสข.ออกจากกัน
ทำให้ต้องมีสองหน่วย คนต้องเดินไปเลือกสองที
ทั้งๆที่ก็ทำทีเดียวไปแล้วแจกสองใบให้กาไปเลยไม่ได้เหรอ
ดูแล้วใช้คน ใช้แรงงาน เวลาเปลืองไปหน่อย
แล้วก็ไปกินก๋วยจั๊บแถวพรานนก เบียร์พาไป
มีอีกหลายร้านแถวนี้ที่เค้าบอกว่า อร่อย ต้องไม่พลาด
เราเคยเป็นทีเอมแถวนี้แต่เราไม่เคยรู้เลยว่ามีร้านที่เบียร์ว่าอยู่แถวนี้ เสียท่ามากๆ
ตลกดีที่ตอนที่เราเป็นทีเอมอยู่แถวนี้ เบียร์ก็อยู่แถวนี้อีกเหมือนกัน
ตอนเราเรียนธรรมศาสตร์ ฮีก็ไปเป็นเพื่อนเพื่อนจีบสาวอยู่แถวธรรมศาสตร์นั่นแหละ
ตอนเราเรียนสตรีวิทย์ ฮีก็เรียนพิเศษอยู่แถวนั้น
ปีที่แล้วที่น้องๆรับปริญญาที่จุฬาฯ ฮีก็รับเหมือนกัน
ที่สำคัญฮีเดินสวนพ่อด้วย แถมจำได้อีกว่าเคยเจอกันแล้ว
สวนกันไปสวนกันมาอยู่แบบนี้แหละ
ร้านเป็นสองห้อง มีห้องแอร์ด้วย แบบว่าขยายจากห้องเดียวมาเป็นสองห้อง
เรานั่งในส่วนห้องแอร์ อยู่ตรงสี่แยกพรานนกพอดี
ถ้าวิ่งมาจากศิริราช ให้เลี้ยวขวา ร้านอยู่ตรงขวามือหัวมุมพอดี
พยายามจอดรถอย่าให้ตำรวจจับแล้วกัน
ส่วนร้านเก่า
ปกติเราไม่ชอบก๋วยจั๊บเพราะว่าเราไม่ชอบที่เส้นมันจืด
เนื่องจากเวลาลวกเส้นมันจะม้วนมา แล้วทำให้อมน้ำลวกไว้ข้างใน
เพราะงั้นถ้าร้านไหนสามารถทำให้เส้นไม่จืดได้ เราก็กิน
แล้วร้านนี้ก็เป็นก๋วยจั๊บน้ำข้นที่น้ำไม่ข้นเกินไปจนเหนียว แล้วก็ไม่ใส
ยังรสชาติเข้มข้น หอม ที่สุดยอดอีกอย่างคือ หมูกรอบนี่แหละ
ถ้าสุดยอดก๋วยจั๊บน้ำใสอยู่เยาวราช สุดยอดก๋วยจั๊บน้ำข้นก็อยู่ที่นี่แหละ
อีกจานที่เบียร์สั่งมาให้ลองชิมคือ ปอเปี๊ยะสด
เราว่าเครื่องเยอะดี แต่ไม่ค่อยถูกปากเราคือ มันหวานไปหน่อย
เราไม่ชอบกินหวาน โดยเฉพาะเจอกุนเชียงชิ้นใหญ่ๆนี่ยิ่งหวานไปกันใหญ่
กินก๋วยจั๊บกันเสร็จก็ไป royal barge museum
ขอเขียนภาษาอังกฤษ ภาษาไทยเขียนไม่ถูกจริงๆ
เคยคิดว่าจะมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ลืมไปทุกที
วันนี้ก็นึกออกว่าอยากมาหลายทีแล้ว ก็เลยแวะมากัน
สมัยก่อนเวลามีพิธีเห่เรือนี่ เราจะต้องพยายามไปจับจองที่
หาที่ถ่ายรูปบ้าง พยายามไปดูบ้าง เพราะว่าชอบมาก
เพิ่งมารู้ว่า เบียร์ก็ลงไปพายในเรือนั่นแหละสมัยนั้น อยู่เรือพาลีรั้งทวีป
เรือรูปสัตว์ข้างๆนี่จะให้นักเรียนนายเรือพาย
เรือดั้งรอบๆจะเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ
ส่วนเรือใหญ่พระราชพิธีนี่จะเป็นข้าราชการกรมขนส่งพายเท่านั้น
ตอนเราเห็นก็เห็นแค่ช่วงสามสี่โมงที่เค้าซ้อมใหญ่หรือแสดงจริง
แต่จริงๆแล้วเค้าเริ่มลงเรือกันตั้งแต่บ่ายโมง รออยู่ในเรือ ซ้อม
กว่าจะเลิกก็หกโมงทุ่มนึงเข้าไปแล้ว
ที่ขำคือ ใส่หมวกเหล็กลงไปพาย แล้วเบียร์บอกว่า ตอนแรกมันก็ดูดีหรอก
แต่ว่ามันต้องไปอยู่กลางแดดตั้งแต่บ่ายโมง แล้วหมวกก็ถูกแดดเผาจนร้อนมาก
หน้าตาหมวกและชุดที่ใส่
ชุดนี้เป็นของเรือพระราชพิธี พายท่าปีกนกด้วย
แล้วดูที่นั่งในเรือ เป็นแค่ไม้แผ่นเดียวแบบนี้
ให้จินตนาการเอาเองว่าจะรู้สึกยังไง
ทหารไทยอดทนจริงๆ อิอิ
พอมาดูใกล้ๆก็สังเกตว่ามีกระบอกปืนใหญ่อยู่ที่เรือด้วย
แม้ว่ามันจะเป็นของจำลองก็เหอะ แต่มันก็มีความหมายว่า
เรือเหล่านี้สมัยก่อนนั้นเป็นเรือรบ ไม่ได้เป็นเรือเอาไว้สวยๆ เหมือนที่เราเห็นทุกวันนี้
เรือเข้ามาในนี้ใช้สิ่งนี้ยกเรือขึ้นหรือลงน้ำ โดยใช้รอก
ตอนแรกเห็นแล้วคิดว่า ใช้ระบบไฮดรอลิก ไฮโซ
เบียร์บอก ไม่ใช่ แล้วพาเดินไปดูรอกที่เค้าเก็บไว้ด้านนอก
จุดนี้ก็ตั้งรอกไปให้ครบทุกจุดแล้วใช้มือหมุนเอา
เข้ามาดูใกล้ๆก็เห็นรายละเอียดของงานเยอะเลย
ตอนที่เราเห็นลอยอยู่ในแม่น้ำ ก็ว่าว่าสวยแล้ว
แต่พอมาดูใกล้ๆ แม้มันจะไม่ได้ดูสวยเท่าเวลาอยู่กลางแม่น้ำ
แต่ว่ารายละเอียดเยอะมาก ถึงได้ทำให้เวลาอยู่กลางแม่น้ำ
แล้วสะท้อนแสงแดด แสงที่ตกกระทบน้ำแล้วสวยได้
ตอนแรกเราถ่ายแค่รูปเรืออย่างเดียว แล้วก็จะกลับแล้ว
เบียร์บอกว่า เสียเงินค่าถ่ายรูปแล้วเอาให้คุ้ม เลยเป็นตากล้องให้อีกรอบนึง
ที่นี่ค่าเข้าชมสำหรับคนไทยฟรี ต่างชาติเสีย 100 บาท
แต่ว่าถ้าจะถ่ายรูปต้องเสียค่าถ่ายรูป 100 ต่อกล้อง
Copycat!!
เราบอกเบียร์ถ่ายรูปนี้ให้หน่อย
เพราะเราคิดว่านี่คือเวลาเปิดปิดของ museum นี้ มันแปลกเหลือเกิน
เบียร์บอกว่า มันไม่ใช่เวลาเปิดปิด museum
ปกติคนอื่นเค้าเข้าประตูอื่นกัน นี่มันประตูของกองเรือเล็กเค้า
เค้าเขียนอยู่ว่า No entry
โก๊ะทุกงาน
เรือที่จัดแสดงตรงนี้มีไม่กี่ลำ เค้าเอาแค่ไฮไลท์มาจัดแสดงเท่านั้น
คือ เรือใหญ่อย่าง อนันตนาคราช สุพรรณหงส์ นารายณ์ทรงสุบรรณ
เรือรูปสัตว์แปดลำก็นำมาแสดงสี่ลำ
ส่วนเรือที่เหลือก็เก็บไว้ที่อื่น ไม่ได้เอามาแสดงให้ดู
มีส่วนโขนเรือเก่าๆที่เก็บไว้แสดงให้ดูด้วย
พวกนี้ก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาและโดนระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย
ถ่ายรูปก่อนกลับอีกนิดนึง ลมเย็น อากาศดี
ป.ล. ร่วมด้วยช่วยกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือทหารบาดเจ็บที่พักฟื้นที่ร.พ.พระมงกุฏฯ
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
บริจาคได้ถึงวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคมนะ
ชื่อบัญชี นิสิตา ตันธนวิกรัย for zilent
เลขที่บัญชี 758-2-26447-8
ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลปิ่นเกล้า





































