ergonomics

อีกหน้าที่หนึ่งของเราในการทำงานที่นี่คือ
เป็นคนที่ประสานงานเรื่องความปลอดภัยในแผนก
จริงๆปีที่แล้วและปีก่อนหน้าทำให้ทั้งออฟฟิศเลย
แต่ว่าเยอะมากทำไม่ไหว ที่เราบ่นเรื่องงานว่าเยอะมากๆ
ก็เพราะสาเหตุนี้ด้วยเหมือนกัน ปีนี้เลยขอไม่ทำงานนั้นแล้ว
ซึ่งจริงๆแล้วสนุก เราชอบมาก แต่ด้วยความที่มันไม่ใช่งานหลักเรา
ทำดีไปก็ไม่ค่อยมีผลในแง่ผลงานเท่าไหร่
มีผลในแง่ความสัมพันธ์และการเป็นที่รู้จักในบริษัทและบรรดานายๆมากกว่า

ก็เลยโอนงานนั้นให้คนอื่น แต่ก็ยังมิวาย
นายไม่ยอมให้ถอนตัว 100% ก็ยังคงต้องทำของแผนกต่อไป
ด้วยความคาดหวังเท่าเดิม =”=

วันนี้เราเทรนน้องใหม่ที่เข้างานให้รู้เรื่องความปลอดภัย
ซึ่งจริงๆมันมีหลายแง่ในบริษัทนี้ แต่วันนี้เป็นในแง่ของการยศาสตร์ ..
เข้าใจกันมั้ย แล้วถ้า ergonomic ล่ะ

เราว่ามันเป็นเรื่องที่คนไทยเราไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่
คือ การนั่งทำงานในออฟฟิศนานๆนี่ก็ทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วยได้เหมือนกัน
ขอย้อนรูปโต๊ะที่นั่งเราให้ดูอีกที

My workstation

ที่มันเป็นแบบนี้เพราะว่าบริษัทเราเค้าให้ความสำคัญเรื่องนี้
ทุกอย่างมันจะปรับได้หมด ให้เหมาะกับสรีระของคนนั่ง
ทั้งความสูงเก้าอี้ ความกว้างเบาะ ที่เท้าเแขน
เก้าอี้แบบนี้ถ้ารู้สึกใหญ่ไป ก็มีตัวเล็กให้เลือกอีก
แป้นคีย์บอร์ดก็เหมือนกัน สามารถปรับลงมาให้พอดีกับแขนเราได้
เราใช้ laptop ในการทำงาน แต่เราจะไม่มองจอ laptop โดยตรง
คือ เราจะเชื่อม laptop ขึ้นจอใหญ่ ใช้กับคีย์บอร์ดต่างหาก
(แล้วใช้ laptop ทำไม ก็เวลาส่วนใหญ่จริงๆเราอยู่ในห้องประชุม -”-)

พอเราสอนน้องๆแล้ว เราก็มานึกขึ้นได้ว่า
จริงๆแล้วตอนเราเริ่มทำงานที่ไอเนตใหม่ๆ
เราทำงานได้แค่สามเดือน เราต้องไปหาหมอเพราะปวดหัวไหล่เลย
เพราะว่านั่งทำงานอยู่หน้าจอตลอด ใช้เมาส์เยอะมากแทบไม่ได้หยุด
เป็นพวกไฟแรง ทำงานแล้วไม่ค่อยนึกถึงตัวเอง
แล้วกลับบ้านก็มานั่งหน้าจอต่ออีก (เหมือนตอนนี้แหละ)

ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่า การทำแบบนั้นมันทำให้เราบาดเจ็บได้
แล้วเราก็พบว่า ตัวเองมีปัญหาเรื่องไหล่เสมอมานับตั้งแต่นั้น

การที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ก็มีประโยชน์กับตัวเองเหมือนกัน
เพราะการเข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร เพราะอะไร
อาการมันก็จะไม่กลับมาเราง่ายๆ
อีกอย่างโยคะช่วยได้เยอะจริงๆนะ

ถ้ารู้เรื่องนี้มาก่อนตั้งแต่ทำงานใหม่ๆ
เราก็คงไม่มีอาการเจ็บหัวไหล่เรื้อรังมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้
คือมันรักษาแล้วมันก็หายไป แต่มันก็ไม่หายขาดอะ อาการแบบนี้

ป.ล.1 วันนี้พี่ที่ออฟฟิศแซวว่า แม่บ้านแม่เรือนจังนะ
ทำอาหาร ทำขนมมากินเองได้ เราบอกว่า ซ้อมไว้
เค้าสวนกลับมาถามว่า แล้วจะได้ใช้เหรอ

555 ก็นั่นน่ะสิ ใช้เองซะมากกว่า

ป.ล.2 กลับมาแล้วกับโปรเจคทำบุญโปรเจคแรกของปี
โรงพยาบาลสงฆ์ เลี้ยงภัตตาหารเช้า และถวายสังฆทาน
ดูย้อนหลังได้ที่นี่
http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/842

จะเลี้ยงภัตตาหารและถวายสังฆทานวันที่ 17 มกราคม
และหลังจากนั้นจะไปบริจาคของที่วัดโบสถ์วรดิษฐ์

ชื่อบัญชี นิสิตา ตันธนวิกรัย for zilent

เลขที่บัญชี 758-2-26447-8

ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยเซ็นทรัลปิ่นเกล้า

อัพเดทยอดบริจาคที่ 12,700 บาท
(ยอดวิ่งฉิวมาก อนุโมทนาค่ะ)


About this entry