ท่ามกลางสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่ที่แผนกเก่าโทรมาคุยกับเรา
บอกเราว่า ไปบ้านอารีย์มา ไปเรียนภาวนามา
เราให้ซีดีหลวงอาพี่เค้าไปนานแล้ว แล้วก็เคยไปเจอกันที่สวนสันติธรรม
ก็คุยกันเรื่องทำบุญ เรื่องภาวนามาเรื่อยๆ
แล้วก็บอกเราว่า คนไม่ค่อยเยอะนะ ลองไปดูสิ
เราคิดในใจตอนนั้นว่า ไว้อาทิตย์ไหนว่างก็จะไปดู

ไม่แน่ใจว่าวันพฤหัสหรือวันศุกร์พี่เค้าส่ง msg มา
พร้อมกับโทรมาหาอีกครั้ง บอกว่า บ้านอารีย์ยกเลิกแล้วนะ
พี่เค้าบอกเราว่า เดี๋ยวกลัวเราจะไปเสียเที่ยว
วันก่อนเพิ่งชวนอยู่หยกๆ ถ้าไปเสียเที่ยวแล้วจะมาว่าเค้า
ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่า คงไม่สะดวกอะไรกัน
เราก็เชื่อว่าพี่เค้าก็คิดว่า ไม่มีอะไรเช่นกัน

เย็นวันศุกร์เราเห็นอ้อโพสข้อความกังวลใน facebook
ใจก็คิดสงสัยไปแล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง
แต่ดูเหมือนอ้อไม่อยากเขียนใน facebook เราเลยละไว้
คิดว่าเดี๋ยวคงมีใครในไซเล้งรู้เรื่องนี้แล้วเราคงรู้เอง

วันเสาร์เรายุ่งอยู่กับการเตรียมของทำบุญจนไม่ได้ออนไลน์
ไม่ได้คุยกับใครเท่าไหร่

วันอาทิตย์ก่อนเราจะออกเดินทางไปวัดโบสถ์ฯ
เจสเอาแฟกซ์ที่ส่งมาที่บ้านมาให้อ่าน
ว่าบ้านอารีย์ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับหลวงอาอีกแล้ว

ความสงสัยก็บังเกิดขึ้นว่า เกิดอะไรขึ้นกับบ้านอารีย์
และข่าวสารก็ตามมาระหว่างที่เราเดินทางวันอาทิตย์
ถึงเรื่องการถอนตัวของกรรมการวัดและอื่นๆ

เรากลับมาบ้านออนไลน์ คุยกับบอยที่อัพเดทข่าวอยู่ที่บ้าน
และพบว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากบุคคลคนเดิม

คนที่มีชื่อเสียงในสังคมมากมาย แต่ว่าเบื้องหลังเป็นอีกอย่าง
ซึ่งก่อนหน้านี้เราเชื่อว่าหลายคนที่เป็นลูกศิษย์หลวงอาเลี่ยงจะพูดถึง
คือ ไม่อยากพูดให้คนนอกฟังเท่าไหร่ เพราะเราไม่อยากพูดเรื่องไม่ดีของคนอื่น
ในแง่ที่ว่า เราก็ฟังเค้ามาอีกที เราเล่าแค่ความจริงให้บางคนที่เค้าถามฟัง
แต่ถ้าไม่มีใครถาม ไม่มีใครพูดถึง เราก็จะไม่เล่า
เรื่องนี้ก็ซาไปหลายปี จนกลับมาอีกครั้งเมื่อหลายวันที่ผ่านมา
แปลกใจนะที่ทั้งๆที่คนไม่เอาเรื่องกับเค้า แต่เค้ากลับอยากสร้างเรื่องต่อ

เป็นความอาฆาตพยาบาทอันไม่สิ้นสุดจริงๆ

ส่วนตัวเราเองแล้ว เราไม่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องห่วงกังวล
ยิ่งกับหลวงอาเรายิ่งไม่กังวล เพราะสิ่งที่เราได้ในหลายปีที่ผ่านมานี้
คือการได้รู้จักธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ในพระไตรปิฎก
เราศรัทธาในตัวบุคคลมั้ย ใช่ ทั้งหลวงอาและทั้งพี่ตุลย์ เราเทิดทูนอาจารย์ทั้งสองไว้เหนือเกล้า
ในฐานะที่ชี้ทางสว่างให้ชีวิตเรา แต่เราก็เชื่อว่านั่นเป็นเพราะธรรมะของพระพุทธเจ้า
ที่ท่านทั้งสองกรุณาถ่ายทอดมาให้เรา

ไม่ว่าใครจะพูดอะไรเกี่ยวกับหลวงอา เราพิสูจน์ได้กับตัวเองแล้วว่า
ธรรมะที่ท่านสอนนั้นเป็นของจริง สิ่งที่หลายคนพูดถึงหลวงอาไม่ใช่ประเด็น

มนุษย์เรามีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา เป็นของคู่กัน
เราคุยกับไซเล้งเมื่อคืนว่า จะเอาอะไร พระสังฆราชก็ยังไม่เว้น
พี่เสือบอกว่า พระพุทธเจ้ายิ่งกว่า … จริง ..

พระพุทธเจ้าท่านถึงไม่ได้ฝากพระพุทธศาสนาไว้ที่บุคคล
แต่ท่านเลือกที่จะฝากศาสนาไว้ที่พระธรรม
เมื่อเรามีธรรมะอยู่ในใจ วิกฤตศรัทธากับพระพุทธศาสนาจะไม่เกิด
แต่จะไปเกิดกับผู้ที่ศรัทธาคลอนแคลนและไม่เคยได้สัมผัสธรรมะจริงๆ
เราเล่าเรื่องนี้ให้น้องๆฟัง น้องๆก็เห็นด้วยว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ธรรมะที่เกิดขึ้นในใจของเรานั้นเป็นของจริง ไม่มีข้อสงสัย
เราพิสูจน์มาแล้วหลายปีว่าธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นของจริง
เราสลัดทุกข์พ้นตัวได้จริงๆ เราเห็นความจริงของชีวิตได้มากขึ้น
ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรที่ผ่านมาในชีวิตเรา เราสามารถใช้ธรรมนำทางไปได้

เราว่าบุคคลที่ก่อเรื่องนั้นลงทุนผิดแล้ว

เราออกมาปกป้องหลวงอาหรือเปล่า ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น
เราแค่ออกมาเล่าความรู้สึกของเราที่มีกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เพราะต้องมีหลายคนที่รู้เรื่องนี้แล้วในฐานะที่เราเปิดเผยมาตลอด
ว่าเราเป็นลูกศิษย์หลวงอา เรามีความเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

แล้วเท่าที่เราสังเกตลูกศิษย์หลวงอาทุกคนกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เราพบว่า ทุกคนจัดการเรื่องนี้อย่างมีสติ สมเป็นลูกศิษย์หลวงอา
เราไม่เห็นใครเร่าร้อนไปกับสิ่งที่คนอื่นกล่าวหา แต่ชี้แจงตามเหตุตามผล

เพราะทุกคนเคารพหลวงอาในฐานะผู้สืบทอดศาสนา ผู้ชี้ทาง
แต่หลวงอาก็สอนให้ทุกคนพึ่งตัวเอง ใช้ธรรมะ ใช้พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง
หลวงอาไม่เคยเรียกร้องอะไรจากลูกศิษย์ ไม่เคยบอกให้ลูกศิษย์มาพึ่งท่าน
ขนาดเราที่ไม่ได้ใกล้ชิดหลวงอามากนัก เราก็ยังรู้สึกเลยว่า
หลวงอาเหนื่อยขนาดไหนในการออกเทศน์แต่ละครั้ง
ทุกครั้งที่หลวงอากรุณาตอบคำถามเรา เราก็สัมผัสได้ถึงเมตตามหาศาล
แต่เราก็รู้อีกว่า หลวงอาไม่ยึดถือลูกศิษย์เท่าไหร่หรอก แต่ท่านก็เมตตามากๆ

ในคำแถลงการณ์ของบ้านอารีย์ที่กล่าวหาเรื่องการสอนผิดทางของหลวงอานั้น
เราไม่เข้าใจว่า ผู้ฟังฟังมาจากไหนในกัณฑ์เทศน์ของหลวงอา
ยกเว้นใจของผู้ฟังมีอคติและต้องการแปลงคำพูดที่ได้ยินเป็นความคิดของตัวเอง
ที่เค้าเรียกว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัวนั่นแหละ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงไม่เข้าใจเรื่องนี้มากนัก แต่ด้วยประสบการณ์มากขึ้น
เราพบว่ามนุษย์ส่วนมาก ต้องการจะเชื่อและเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ไม่ใช่เชื่อและเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ
คนส่วนมากไม่เปิดใจกับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น
แต่เลือกที่จะมีใจให้กับสิ่งที่อยากมี อยากเป็น
ซึ่งก็เป็นอะไรก็ได้ที่ดราม่า ที่สะใจ

จริงๆแล้วแนวทางการสอนของหลวงอาก็ดูพิเศษไปจากปกติที่เคยรู้จักกัน
เคยมีคนถามว่าแนวทางหลวงอาถูกจริตเรามั้ย เราบอกได้เลยว่าไม่ใช่
เราถนัดแนวทางพี่ตุลย์มากกว่า ซึ่งพี่ตุลย์เองก็เขียนบอกล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
หลวงอาและพี่ตุลย์มากันคนละทาง แต่เส้นทางสองเส้นนี้ไปถึงจุดหมายเดียวกัน

แม้แนวทางหลวงอาไม่ได้ถูกจริตเรามากนัก แต่เราเข้าใจธรรมะที่หลวงอาสอน
เข้าใจว่าหลวงอาต้องการบอกอะไร และชี้แนวทางอย่างไร
เราก็ไปกราบหลวงอาเกือบทุกเดือนแล้วปรับมาใช้เป็นของตัวเอง
ในข้อแถลงการณ์ของบ้านอารีย์ที่ออกมา ทำให้เรายิ่งรู้ว่า เราไม่ได้เข้าใจผิดเลย
การณ์กลับกลายเป็นว่า เป็นข้อตอกย้ำให้คนที่มั่นใจอยู่แล้วมั่นใจยิ่งขึ้นไปอีก

จากเหตุการณ์นี้เราพบว่า ไม่ว่าเราจะปฏิบัติตัวอย่างไร เจตนาดีแค่ไหน
ถ้าหากว่าจะมีคนที่ต้องการใส่ร้ายเรา ทำร้ายเรา ก็ต้องมีเหตุให้เกิดอยู่ดี
ขนาดพระพุทธเจ้าก็ยังไม่สามารถหนีพ้นได้ แล้วเราเป็นแค่คนธรรมดา
การจะเจอเรื่องราวที่คนอื่นเข้าใจเราผิดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
และก็ไม่แปลกอีกถ้าเราจะไม่สามารถแก้ข้อเข้าใจผิดนั้นได้
แม้ได้พยายามอธิบายมากแค่ไหนก็ตาม ^^

เราไม่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
พระพุทธศาสนาไม่ใช่ของคนส่วนใหญ่ในโลกนี้อยู่แล้ว
การเกิดวิกฤตศรัทธาก็เกิดได้กับผู้ไม่มีศรัทธาและปัญญาควบคู่กันไปเท่านั้น

งานนี้มีคนตกนรกเยอะแน่ ประคองตัวกันไว้หน่อยนะ อย่าไหลไปจมกับเรื่องมากนัก

เราบอกไซเล้งว่า ถ้าไปถามเรื่องนี้กับหลวงอา
หลวงอาคงจะตอบว่า ไม่ต้องเป็นห่วงหลวงอาหรอก ภาวนา เอาตัวเองให้รอดเถอะ

ธรรมะก็ดราม่าได้นะเนี่ย


About this entry