เคลียร์

เอาล่ะ เสาร์อาทิตย์ก็เป็นเวลาเคลียร์
ในสิ่งที่ระหว่างวันธรรมดาที่ผ่านมาไม่มีเวลาทำ

มาดูรูปอาหารที่ติดค้างกัน

เป็นวันอาทิตย์ที่แล้วที่ตั้งใจไปว่ายน้ำตอนเช้า
แต่มี accident นิดหน่อยเลยไม่ได้ว่าย
จบไปด้วยการทำอาหารเช้าให้กิ๊กกับแฟนกิ๊กกินแทน
แล้วก็ดู The devil wears Prada
ก่อนจะออกจากบ้านมาหามื้อเที่ยงกินกันแบบนี้

th070235.jpg

ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่แม่ศรีเรือน
คนเป็นล้านมากๆ และเป็นวันอากาศร้อนสุดๆ
โชคดีที่มีพี่หมีกรอบเป็นคนขับรถ
สาวๆสองคนเลยไม่ต้องลุยแดดเท่าไหร่
เพราะจอดรถเทียบและมารับหน้าร้านให้เลย

คุณหนูจริงๆฉัน

th070236.jpg

ความจริงแล้วต้องสั่งก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มยำต่างหาก
แต่พลาดไปแล้ว ก็เลยกลายเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ธรรมดา
รสชาติก็เลยธรรมดาไม่ประทับใจเท่าไหร่

เวลาเจออาหารรสชาติธรรมดา
มักจะสงสัยว่า เป็นเพราะว่าเราเป็นพวกหัวสูง
กินแต่ของอร่อยมาตลอด
เลยมากินของให้อร่อยยากขึ้นหรือเปล่านะ

แต่อันนี้ก็ยังรู้สึกว่า ไม่ใช่ประเด็นนั้น
รสชาติมันธรรมดาจริงๆ

th070237.jpg

ลูกชิ้นที่รสชาติมาตรฐาน
น้ำจิ้มเผ็ดไปนิด

th070238.jpg

หมูสะเต๊ะที่เนื้อเหนียวไปหน่อย

th070239.jpg

ไฮไลท์กลับมาโผล่ที่ขนมครก
อร่อยมากๆ เข้าใจว่าเค้าใส่น้ำมะพร้าวด้วย
ก็เลยหอมกว่าขนมครกธรรมดา

th070240.jpg

การถ่ายรูปนี่ก็เหมือนลายมือเหมือนกันนะ
เพราะว่าแต่ละคนจะมีมุมกล้องเฉพาะตัวที่ต่างกันไป
เห็นในไดตัวเองไม่ค่อยรู้สึกอะไร
แต่ตอนที่ไปเห็นในไดเจสเพิ่งได้สังเกต
ว่าถ่ายรูปแบบนั้น มันฉันชัดๆเลย

มาเคลียร์รูปไปแล้ว
เมื่อเช้าก็ตื่นเช้ามาเคลียร์งานไปได้บางส่วน
ที่ทำให้รู้สึกว่า วันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องทำงานแล้วแฮะ
ตอนนี้ก็ไม่รู้สึกว่าเซ็งที่ต้องมาทำงานเสาร์อาทิตย์
กลับรู้สึกว่า เออ ก็ถ้าด้วยความรับผิดชอบแบบนี้
ก็คงต้องทำแบบนี้แล้วล่ะมั้ง เสาร์อาทิตย์ก็คงต้องแบ่งให้งานมั่ง
(เพราะวันธรรมดาบางวันเราก็เอาเวลาไปใช้ส่วนตัว 555)

ทำไปได้นิดหน่อยก็ต้องออกไปหาหมอตามที่นัดไว้
เป็นเรื่องของหัวไหล่ตั้งแต่รอบที่แล้ว
ใจจริงก็ยังสองจิตสองใจอยู่ว่าจะไปดีหรือเปล่า
เพราะมันขี้เกียจน่ะ ไม่ค่อยเจ็บหัวไหล่แล้วด้วย
อาจจะเพราะว่าอาทิตย์นี้ไม่ได้ว่ายน้ำ ไม่ได้โยคะ
แล้วก็ไม่ค่อยได้ขับรถ เพราะเอารถไปซ่อมเสียสามวัน

แต่คุณหมอก็ยังนัดให้มาเจออยู่ดีแฮะ
ออกมาก็ยังงงๆว่าคุณหมอจะนัดอีกทำไมเนี่ย
แต่ก็ต้องเชื่อคุณหมอใช่มั้ย คุณหมอปูก็บอกว่า เค้านัดก็ไปสิ

แล้วก็ไปเอารถที่เอาไปซ่อม

การมีรถก็เป็นาระอีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน
เพิ่งมีอุบัติเหตุทำกระจกมองข้างฉันแตกไป
ด้วยฝีมือของจอบที่วางอยู่ที่พื้น

มันเหมือนคนเดินไปเหยียบจอบแล้วมันขึ้นมาตีหัวตัวเองน่ะ
อันนี้ก็เหมือนกัน ขับรถไปเหยียบให้มันขึ้นมาฟาดกระจกรถตัวเอง
ตกใจมาก เพราะว่าเราว่าเราไม่ได้ชนอะไร แล้วเกิดอะไรขึ้น

เลยรู้สึกขึ้นมาเลยว่า นี่ถ้าหากว่าเป็นรถตัวเองนี่
เราคงมีค่าใช้จ่ายเรื่องรถอีกมากมายเลยทีเดียว
นี่ก็โชคดีมากที่เราไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เลย
คิดแล้วก็แอบสงสารคนมีรถแบบกระเบียดกระเสียรเหมือนกันนะ
เพราะว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายแบบไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ

แล้วก็ไปเอาหนังสือ แด่เธอผู้มาใหม่ที่สำนักพิมพ์
เพื่อจะเอาไปแจกในงานศพคุณพ่อพี่เอก

ตอนพี่เอกโทรมาบอกก็งงๆเล็กน้อย
เพราะเพิ่งเจอท่านไปตอนสงกรานต์นี้เอง
แล้วก็เห็นว่าเข้าร.พ.ไปแล้วอาการดีขึ้น

แต่เสียงพี่เอกดีมากๆ หมายถึงว่า
เสียงพี่เอกที่โทรมาบอกข่าวตอนนั้น
ไม่ทำให้รู้สึกว่า พี่เอกทำใจไม่ได้ ทำนองนี้
ก็ให้ความรู้สึกว่า การาวนานี่คงทำให้ยอมรับความจริงได้ดีขึ้น

เพราะเมื่อสองอาทิตย์ก่อน คุณพ่อของลูกน้องฉันคนนึงเสียไปเหมือนกัน
เป็นผู้ชายอายุมากกว่าฉันและท่าทางไม่กลัวใคร
แต่ตอนโทรมาบอกฉันเพื่อขอลางานนั้น เสียงไม่ไหวแล้ว
แล้วตอนที่เจอหน้ากันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ก็ยังดูเหมือนทำใจไม่ได้เลย
ซึ่งมันก็คงธรรมดาอยู่แล้วกับการเสียคนใกล้ชิดไปอย่างไม่มีวี่แวว

ตัวฉันเองก็คงไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าต้องเสียคนใกล้ชิดไปอย่างกระทันหัน
จะทำใจและสามารถบอกคนอื่นได้อย่างปกติเหมือนพี่เอกหรือเปล่า
ตอนนี้ก็คงคิดได้ว่าเราทำใจได้ แต่พอถึงเวลาจริงๆแล้วก็อาจจะไม่ได้อย่างที่คิดก็ได้

แม้จะรู้ว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิต
แต่ว่าการคิดว่ามันจะเกิดก็คงไม่เหมือนเวลาที่มันเกิดขึ้นกับตัวจริงๆ

ป.ล.ช่วงนี้จะไม่ค่อยออน MSN เพราะว่าเครื่องมันเต่ามากๆ
แต่เปิด skype อยู่ ใครมีอะไรคุยก็แปะในนี้แล้วกัน
หรือไม่ก็ไปเจอใน skype


About this entry