อะไรก็ไม่เที่ยง กับ ทดสอบอาหารโรงทาน
ใส่บาตรต่อเนื่องมาทั้งหมดสามปี
เห็นความเปลี่ยนแปลงไปหลายด้านอยู่
พระก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน
คือ เมื่อก่อนเคยใส่ได้ห้ารูป เก้ารูป
วันนี้ได้ใส่สองรูปก็กรี๊ดได้แล้ว
พระมาบิณฑบาตน้อยลงเรื่อยๆ
จนคิดว่าจะต้องขับรถออกไปใส่บาตรเสียแล้วมั้ง
อารมณ์ใส่บาตรของเราก็เปลี่ยนไป
ครั้งแรกก็ปลื้มซะน้ำหูน้ำตาไหล
แล้วก็ฝืนความรู้สึกในการต้องตื่นเช้าสุดๆ
ครั้งล่าสุดนี้ก็ไม่ได้ฝืนความรู้สึกตื่นเช้า
เพราะรู้แล้วก็ดับๆไป ลุกขึ้นมาใส่เป็นกิริยามาก
อารมณ์ปลาบปลื้มในบุญก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่
ไม่เหมือนเมื่อก่อน รู้สึกเป็นบุญเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ
กลับไปรู้สึกดีกว่าที่ได้เห็นคนอื่นใส่บาตร
ไปลองทดสอบทำอาหารโรงทานมาแล้ว
ปีที่แล้วเราทำคานาเป้ แล้วมีปัญหาคือ
เวลาคนกินมันจะลำบาก
เพราะหน้าจะร่วงลงมาได้
ก็เลยมาคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นกระทงทองจะดีมั้ย
แล้วก็ไปหาสูตรกระทงทองมาลองดู
ไม่ได้ใช้กระทงทองจริงๆ
เพราะไม่มีปัญญาทำ
ปีที่แล้วที่เหนื่อยแทบสลบ
เพราะว่าฐานคานาเป้นี่แหละ
ตัวหน้าคานาเป้ไม่ใช่ปัญหาเลย
เสียเวลาอบฐานอย่างเดียว
เพราะงั้นเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ขืนมานั่งทอดฐานกระทงทองอีกก็คงไม่แตกต่าง
วันนี้ก็เลยลองประยุกต์ใช้แป้งเกี๊ยวทำฐานแทน
อบออกมาก็รสชาติโอเคนะ
ตอนแรกคิดว่าแค่อบแล้วจะกินไม่ได้ ต้องเอาไปทอดก่อน
แต่กิ๊กงับเข้าไปคำแรกเลย แหงะ
แล้วก็เอามาให้กิน
เออ ก็กินได้จริงๆด้วย กรอบๆดี
ซื้อมาสองยี่ห้อ ยี่ห้อที่เลือกว่าจะใช้นี่
รสชาติเหมือนกูลิโกะเลย ไม่เหม็นกลิ่นแป้งด้วย
แล้วก็ลองทำหน้าทั้งหมด
หน้าไก่ผัดข้าวโพด เป็นหน้าพื้นฐานกระทงทอง
ตอนทำออกมาร้อนๆนั่น รสชาติไม่จัดเท่าไหร่
แต่ว่าพอเย็นแล้วก็ออกมาพอดีๆ
เป็นหน้าที่เข้ากับกระทงทองดี
คงเพราะผ่านการวิจัยมาหลายสถาบันแล้ว
หน้าพล่ากุ้งมะเขืออ่อน
หน้านี้คิดเอาเองเพราะชอบกิน >< (ทำไมอ่า ก็อยากกิน)
ไม่เคยทำเองด้วย ก็เลยเปิดสูตรทำตาม
แล้วออกมาก็ เออ เข้ากันดีแฮะ
หน้ายำหอยเชลล์
อันนี้จริงๆตั้งใจจะทำเซวิเช่ (ใส่ในมะเขือเทศ )
แต่ว่าเปลี่ยนใจ ขี้เกียจคว้านมะเขือเทศ
เลยลองใส่ไปในนี้เสียเลย
เผ็ดไปหน่อย ทุกคนกินแล้วอึ้งไปห้านาที
หน้าซัลซ่า
ไม่มีรูป กิ๊กจับเข้าปากก่อนถ่าย 555
ปรับรสชาติหลายรอบทีหลังกับพี่หมีกรอบ
ก็ออกมาใช้ได้ หลังจากใส่พริกแห้งกับทาบาสโก้
หน้าแซลมอนชีส กับ หน้าไข่กุ้ง
หน้าแซลมอนนี่อ้วนสุดๆ ด้วยชีส มาโย
กิ๊กบอกว่าไม่เข้า แต่ฉันว่ามันอร่อยดี อิอิ
ให้พี่หมีกรอบกิน พี่หมีบอกว่า ใส่ celery หน่อยจะดีขึ้น
ฉันชอบ ก็เลยว่าอาทิตย์หน้าจะไปลองปรับสูตรใหม่ดู
อยากได้อ่ะ
ส่วนหน้าไข่กุ้ง
อันนี้ลงมติเอกฉันท์ว่าไม่เข้ากันอย่างแรง
ทั้งๆที่อยากกินไข่กุ้งนะนี่
หน้าสุดท้ายที่ทำคือ หน้าผัดแกงเขียวหวานแห้งไก่
ที่ไม่มีรูปเหมือนกันเพราะกิ๊กกลับก่อน
ออกมาใช้ได้ทีเดียว
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาทำประมาณสามชั่วโมงได้
ซึ่งทำให้คิดว่า สามารถทำได้หลายหน้าในวันเสาร์
แล้วก็มีเวลานอนก่อนไปได้
ฐานกระทงทองก็ใช้แป้งเกี๊ยววางในแบบพิมพ์มัฟฟินของกิ๊ก
อบทีละ 5-7 นาทีก็ได้ออกมา 20 อันได้
คิดว่าจะทำสัก 500 อัน ก็อบกันไป 25 รอบ …
เดี๋ยวดูก่อนว่าแป้งเกี๊ยวที่อบวันนี้จะอยู่ได้นานกี่วันถึงหายกรอบ
จะได้รู้ว่าจะไปอบล่วงหน้ากันก่อนหรือเปล่า
สรุปแล้วหน้าที่จะทำก็มี
หน้าไก่ผัดข้าวโพด
หน้าผัดแกงเขียวหวานแห้ง (ใช้หมูสับแทน)
หน้าพล่ากุ้งมะเขืออ่อน
หน้าแซลมอนชีส
อาทิตย์หน้าจะไปปรับสูตรแซลมอนชีสอีกหน่อย
แล้วก็อาจจะลองทำหนวดปลาหมึกผัดผงกะหรี่ (ตามที่กิ๊กรีเควส)
ส่วนอันอื่นคิดว่าไม่ต้องทดสอบแล้ว
เดี๋ยวลงสนามจริงเลยทีเดียว
วันเตรียมงานคงรอแรงงานมาอบฐาน
ฉันรับผิดชอบหน้าทั้งหมดเอง
(แต่คงต้องมีผู้ช่วยในครัวสักคนสองคน
เอาที่หั่นผักเป็นนะ อิอิ)
ใครจะช่วยก็โอนเงิน หรือเอากำลังมาช่วยได้นะ ตามนี้เลย
ป.ล. กลางวันทำอันนี้ให้กิ๊กกะพี่หมีกิน
สปาเกตตี้แซลมอนครีมซอส
(แม้ว่ารูปนี้จะไม่เห็นแซลมอนเลยก็ตาม แต่มันชื่อนี้จริงๆนะ)
About this entry
You’re currently reading “ อะไรก็ไม่เที่ยง กับ ทดสอบอาหารโรงทาน ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 9.30.07 / 10pm







6 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]