เข้าใจ

เดี๋ยวนี้มักจะมีเรื่องที่คิดออกตอนกลางวัน
ว่าจะกลับมาเขียนไดตอนกลางคืน

แต่พอตกกลางคืนก็ลืมไปแล้วว่าจะเขียนเรื่องอะไร
เป็นมาหลายวันติดกันแล้ว

ไม่คิดว่าเป็นคนขี้ลืมนะ
แต่ว่าเรื่องที่เข้ามาให้คิดมันเยอะแยะ
จนดันเอาเรื่องที่ความสำคัญต่ำๆทิ้งไปข้างล่างหมด
พอหมดวันจะดันเอาเรื่องนี้ขึ้นมาก็หาไม่เจอแล้ว

สุดท้ายแล้วก็เลยค้นพบว่า
การลืมเกิดขึ้นจากการที่เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนั้น
ไม่ได้แปลว่า จู่ๆมันหายไปจากสมองของเรา (ไม่เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์)
แต่แปลว่า เราเห็นเรื่องอื่นสำคัญกว่า
ที่จะใช้พื้นที่ในสมองไปจับเรื่องนี้ขึ้นมาให้คิด
พอเรื่องที่เราไม่ให้ความสำคัญ เราก็ไม่ได้ให้พื้นที่สมองกับมัน
สุดท้ายแล้วเรื่องนั้นก็จะหายไปจากพื้นที่สมองของเรา

หรืออาจจะซ่อนอยู่ลึกสุด จนกระทั่งวันหนึ่งผุดขึ้นมาเอง

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูกน้องแอนตี้หน่อยๆ
มีข่าวประมาณว่า ฉันลำเอียง มีลูกรักลูกชัง ไม่เป็นธรรม

ก็กังวลบ้างที่รู้สึกว่า เค้ากำลังเข้าใจผิด
เพราะถ้าถามตัวเองก็ไม่ได้ลำเอียงให้ใครเป็นพิเศษ
แต่การกระทำบางอย่างเค้าอาจจะเอาไปแปลเอาเองแบบนั้น

ตอนแรกมันก็กังวลว่า เค้ากำลังเข้าใจเราผิดนะ
ไม่อยากให้พวกเค้ารู้สึกแบบนั้น
แต่ว่ามันก็จางหายไปกลายเป็นกังวลที่ว่า
เค้าคิดแบบนี้แล้วเค้าจะทำงานอย่างมีความสุขได้อย่างไร

ลองคุยกับบางคนดู แต่ไม่ได้ถามเรื่องนี้หรอก
เวลาที่เค้าถามว่า เราทำแบบนั้นแบบนี้เพราะอะไร
แล้วถ้าเราไม่ตอบ หรือถึงเราจะตอบก็เถอะ
เค้าก็จะมีความเชื่อของเค้าเองอยู่ในหัวแล้ว

เพราะงั้นไม่ว่าเราจะตอบว่าอะไร
เค้าก็จะเอาไปผูกกับสิ่งที่เค้าเชื่อตั้งแต่ต้น
แล้วก็เชื่อว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างนั้น

ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำอย่างไรให้เค้าเข้าใจถูก
เพราะคงไม่มีใครเข้าใจเราได้
แต่แค่คิดว่าทำอย่างไรให้ลูกน้องทำงานแบบไม่คิดกดตัวเองแบบนี้

เพราะทุกๆคนคิดในแง่ลบกันหมด
คิดในแง่ที่ทำให้ตัวเองไม่มีความสุขในการทำงาน
คิดในแง่ที่ทำให้ตัวเองเชื่อว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทั้งๆที่จริงๆแล้วเจตนาฉันไม่ใช่แบบนั้นเลย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาเวลามีการเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นแบบนี้
คือ ทุกคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
พอเปลี่ยนแปลงก็จะงุ้งงิ้งๆ แล้วหาสาเหตุของมัน

แล้ววิธีหาสาเหตุก็เป็นไปในแนวบั่นทอนกำลังใจตัวเองเสียอีก

คิดๆแล้วก็รู้สึกว่า คนเราชอบทำตัวให้เป็นผู้ถูกกระทำ
เป็นคนที่น่าสงสาร อะไรแบบนี้ ให้คนอื่นเค้ามาเห็นใจ

ทั้งๆที่การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาแท้ๆ
แล้วฉันก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ทุกคนตีความกันเองหมด

มองใจตัวเอง ตอนแรกๆก็ยังห่วงตัวเองว่า
เค้าเข้าใจเราผิด ๆๆๆๆๆๆๆ
อยากจะให้เค้าเข้าใจเราให้ถูก

แต่สักพักนึง ก็รู้ว่า เค้าไม่พยายามจะเข้าใจเราหรอก
เราเป็นห่วงตัวเองไปก็เท่านั้น
ใครจะเข้าใจเราอย่างไร ก็ให้เค้าเข้าใจไป

สุดท้ายแล้วเราจะอยู่ให้เข้าใจกันอีกนานแค่ไหนเชียว
เพราะงานนี้ประกาศออกแล้วว่า ฉันจะไม่ทนทุกข์กับงานนี้อีกต่อไป

มีกำหนดให้ย้ายไปทำงานอื่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว เย้

ต้องบอกว่า ครั้งนี้เป็นการอดทนต่อสู้กับงานจนหยดสุดท้ายจริงๆ
แล้วก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า เราไม่ได้เป็นผู้หนีงาน
หรือเปลี่ยนงานเพราะขาดความอดทนแล้ว

แต่จะไม่มีรถใช้แล้วง่า ทำไงดี

ยังมีเวลาเก็บเงินดาวน์บ้าน ดาวน์รถอีกสามสี่เดือน

จะซื้อบ้านพร้อมรถเหมือนนป.ได้มั้ยเนี่ย
ชักอิจฉา


About this entry