พัทยา และ ธรรมะนิดๆ
เพิ่งกลับมาจากพัทยา
อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นปีว่า
ปีนี้ก็คงเดินทางเหมือนเดิม
แต่ว่าเปลี่ยนสถานที่ให้ใกล้ๆ
เนื่องจากปีที่แล้วไปมาเลย์แล้ว
ปีนี้เลยต้องมาเมืองไทย สลับกัน
ไปตั้งแต่วันจันทร์ กลับมาวันนี้
แค่พัทยา แต่ใช้เวลาเหมือนไปเมืองนอกเลย
ทั่วไปก็ไปทำ workshop ทำ teambuilding
กับคนทำงานเหมือนกันแต่มาจาก 5 ประเทศ
คนเยอะดี สนุกดี ได้พูดภาษาอังกฤษด้วย
ไม่ได้พูดมานานมาก พอได้พูดทั้งวันก็เพลินดี
ไปพักที่ Hard rock
ไม่เคยคิดว่าจะไปพัก ไม่เคยอยู่ในสมองมาก่อนเลย
ก่อนไปก็ไม่มีเวลาจะเปิดเวบดู
ไปถึงก็เจอแบบนี้
โรงแรมสมัยนี้ชอบทำห้องน้ำเปิดได้แฮะ แล้วก็ล๊อคไม่ได้อีกต่างหาก
โรงแรมฮิปมาก
ห้องฉันเป็นเอลวิสแล้วก็เป็นสีน้ำเงิน
เลยเพิ่งรู้ว่ามีความเกี่ยวข้องกัน
ห้องตรงข้ามเป็นสีส้ม
เวลาเดินที่ระเบียงก็จะมีเพลง rock เปิดคลอ
บรรยากาศดีเหมือนกันนะ
แต่ไม่ใช่บรรยากาศแบบมาพักผ่อน
ก็เหมาะกับการมาทำงานดีเหมือนกัน
มองมาจากระเบียง ได้วิวดี ได้เตียงเดี่ยวอีกแล้ว คนอื่นอิจฉาตาร้อนๆ
ระหว่างทำ workshop มีเวลาว่าง
เค้าก็ให้ลอง rock climbing
ซึ่งแบบว่าไม่เคยปีนมาก่อน
ก็เลยขอเค้าลองปีนดู
ปีนได้เกือบสุดก็จะถอดใจ
เจ้าหน้าที่ตะโกนบอกว่า อย่าเพิ่งลง ขึ้นไปเลยๆ
ก็เลยฮึดขึ้นไปจนสุดจนได้ ประมาณ 4 เมตรได้มั้ง
รูปถ่ายไว้ด้วย แต่อยู่กล้องชาวบ้าน ขอไปหาก่อน
เพื่อนผู้ชายที่ปีนด้วยกัน เค้ามองเราขึ้นไปแล้วบอกว่า
นี่ถ้าเค้าขึ้นไปไม่ถึง เค้าคงต้องอายคนที่มาดูมากเลยนะเนี่ย
ซึ่งก็ขึ้นไม่ถึงจริงๆ -”-
ผู้ชายนี่กลัวความสูงกันเยอะเหมือนกันแฮะ
กลัวเข็ม กลัวความสูงมากกว่าผู้หญิงนะ เท่าที่สังเกต
นี่ถ้าไม่ได้ดูพอลล่าปีนใน amazing race
ก็คงไม่คิดอยากจะลองเล่นดูหรอก
แต่วันนั้นเห็นพอลล่าปีนแล้วดูน่าลองดี
มีโอกาสก็เลยลองดู ก็สนุกดี ไว้ไปลองปีนใหม่
ตอนลงมามีแต่คนบอกว่า พรุ่งนี้จะยกแขนไม่ขึ้น
แต่ยังดีที่ว่ายน้ำอยู่บ้าง ตื่นมาอีกวันแขนก็เลยไม่ระบมมาก
ไม่ได้เดินลงหาดเลยแม้แต่นิด
เพราะว่าหาดพัทยาไม่น่าสนใจสำหรับฉัน
เลยใช้เวลาส่วนมากที่ว่างในการภาวนา
แบบว่าอยากปลีกวิเวก แต่ไม่มีเวลา
ก็มาฉวยๆเอาแบบนี้แหละ
พักคนเดียว แล้วตารางเวลาก็ไม่แน่นมาก
ก็เลยมีเวลาภาวนาเหมือนที่เคยหลบไปที่บางแสน
เป็นช่วงที่ได้เห็นอะไรหลายอย่าง
ได้เห็นว่า จิตมันยังไปเกาะเกี่ยวกับคนบางคน
จิตที่เมื่อก่อนคิดว่าไม่มีอิทธิพลกับเราแล้ว
แต่จริงๆแล้วเป็นแค่การหลอกตัวเอง
พอมาเห็นก็ยอมรับแค่ว่า เออนะ ก็แค่นี้
ก็แค่ว่า เราคิดถึง เราอยากได้ เราอยากให้เป็นแบบนั้น แบบนี้
ตลกดีนะ ที่หลับตาลงแล้วมีหน้าเค้าโผล่มาทันที
แต่ที่รู้สึกดีคือ เราไม่ฝืนความรู้สึกตัวเองว่า เชอะ ไม่สน
แค่เห็นว่า อ่อ เห็นเค้า จะใช้คำว่าคิดถึงก็คงไม่ใช่อ่ะ
คงบอกว่า นึกถึง แล้วก็วนๆเวียนๆอยู่ อะไรแบบนั้น
(คนคนนั้นไม่ใช่อดีตเด้อ อย่าเพิ่งคิดไปไกล)
เป็นช่วงที่ได้เรียนรู้ว่าความทุกข์อยู่ทุกอณู
แม้ว่าชีวิตทั่วไปจะมีความสุข คือ ไม่ได้มีภาระอะไร
สามสี่วันที่ผ่านมามีแต่กิจกรรมสนุกๆ อาหารดีๆ
ไม่มีงานต้องทำ ไม่มีอะไรต้องกังวล มีแต่สังสรรค์กับเอนจอย
แต่มันก็แอบทุกข์นะเนี่ย
ใจมันจะไปค้นหาทุกข์มาให้ได้เสมอ
มันจะรู้สึกว่าไม่พอ ไม่พอ
คนโบราณคิดคำนี้ได้ดีนะ ไม่พอใจ
เพราะใจไม่เคยพอ ^^
ป.ล.1 ไม่ได้เขียนบทความไปลงธรรมะใกล้ตัวนาน
ได้ลงเฉยเลยแฮะ เร็วด้วย
ป.ล.2 ไปดูทิฟฟานีมาด้วย โชว์งั้นๆ แต่ว่าคนแสดงสวยง่ะ >_<
ต่างชาติที่ไปดูด้วยบอกว่า I have to change perception about Thai men -”-
About this entry
You’re currently reading “ พัทยา และ ธรรมะนิดๆ ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 3.6.08 / 11pm





3 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]