ความทรงจำ
หลายวันก่อนหน้านี้พิมมาทิ้งคำถามไว้
ว่าถ้าไปดีซีมีตรงไหนไม่น่าเดินมั่ง ตรงไหนไม่ปลอดภัยบ้าง
ก็บอกไปว่าไม่มีเลย ทุกที่ปลอดภัยหมด
จริงๆนะ ไม่ได้ล้อเล่น อัตราอาชญากรรมต่ำมาก
(ไม่นับ sniper)
แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งพิมมาอัพว่าไปเที่ยวดีซี เวอร์จิเนียร์และแมรีแลนด์มา
กรี๊ดดดดด เค้าจะไปๆ
ที่นั่นเป็นสถานที่แห่งความผูกพัน
เป็นต่างประเทศที่แรกที่ฉันได้ไป และได้ใช้ชีวิตเอง
มีทั้งสุข ทุกข์ ประสบการณ์อะไรมากมาย
ที่ทำให้เวลานึกถึงแล้วอยากกลับไปเสมอๆ
ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า แต่กับประเทศอื่นที่เคยไปก็ไม่ค่อยเป็น
ที่นี่เป็นที่พิเศษ ที่ทำให้คำว่า Metro มีความหมายมากกว่ารถไฟใต้ดิน
เพราะหมายถึง สีน้ำตาล อุโมงค์ทึบๆ ไฟสีส้ม ผู้คนในชุดสูท
กลิ่นน้ำมันของบันไดเลื่อน เก้าอี้นั่งรอ และเวลาบนจอก่อนรถไฟจะมา
หรือ Dupont circle, East fall Church, Fairfax, Bethesda,
ก็เป็นมากกว่าชื่อสถานีรถไฟใต้ดินธรรมดา
แต่หมายถึงจุด kiss and ride ที่โดดลงจากรถพี่แรก
หรือป้ายรถเมล์ที่ต้องมารอรถเมล์เพื่อกลับบ้านตอนดึกๆ
หรือน้ำแข็งบนพื้นที่ละลายมาจากหิมะ
หรือ seven corners, exit 50 ก็ไม่ใช่แค่ชื่อถนน หรือจุดบนถนนธรรมดา
แต่หมายถึงบ้านที่เคยอยู่ หมายถึงพี่แรกพี่เอื้อมและอาหารไทยที่ทำกินกินในวันหนาวๆ
หมายถึงร้านเวียดนาม หมายถึงชาไข่มุกที่หาซื้อยากๆ
หรือ Arlington ก็ไม่ใช่แค่ชื่อของที่ตึกเรียนตั้งอยู่
แต่หมายถึงทางที่เดินจากเมโทร ผ่านสวน ผ่านตึกก่อนจะถึงตึกเรียน
หมายถึงการนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมกระจกแล้วมองเห็นผู้คนผ่านไปมา
หมายถึงการจ่อมในห้องคอมเพื่อแชตกับเพื่อนให้หายเหงา
หรือ Georgetown ก็ไม่ใช่แค่แหล่งเที่ยวกลางคืน
แต่หมายถึงการแต่งตัวเป็นผีในคืนฮัลโลวีน ไปปะทะความหนาว
หมายถึงความอุ่นใจเวลาไปสถานทูตไทย แล้วเจอคนไทยน่ารักๆ
ที่นี่มีความประทับใจมากกว่าที่อื่นๆ
แม้ว่าจะไปมาอีกหลายประเทศก็ตาม
แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนที่อยากกลับไปเหมือนที่นี่เลย
บางคนเค้าอาจจะมีความประทับใจ ความอยากไปกับเมืองอะไรก็ตาม
แต่ฉันอยากไปที่นี่แหละ เวอร์จิเนียร์
ไม่ได้ต้องการไปชมสถานที่ดังๆ หรือชอปปิ้งเลย
แต่ต้องการแค่ได้เดินกลับไปที่นั่น เพื่อย้อนเวลาแห่งความทรงจำ
แค่นั่งรถใต้ดินไปเรื่อยๆ โผล่ตามสถานีต่างๆเพื่อซึมซับบรรยากาศเหล่านั้น
ต้องการแค่นั้นเอง
แต่ค่าตั๋วแพงมาก ไม่มีปัญญากลับไป เก็บเงินซื้อคอนโดก่อนนะ
ระหว่างนี้ก็อย่ามีใครมารื้อฟื้นความทรงจำเป็นใช้ได้
***
จะเลิกทำงานโลดโผนโจนทะยานแบบนี้ในอีกสองเดือนข้างหน้าแล้ว
กลับไปนั่งออฟฟิศ ทำงานแผนกอื่น ติดต่อกับต่างชาติแทน
ใจจริงก็ดีใจที่ไม่ต้องรบราฆ่าฟันกับคน
ที่ไม่ชอบงานนี้ที่สุดคือ คำพูดและการกระทำของเรากระทบคนมากเกิน
แล้วฉันไม่ชอบที่เราทำอะไร จะมีคนมารองรับผลการกระทำนั้นเสมอ
ไม่ว่าเราจะยินดีหรือไม่ยินดีจะทำ แต่ก็ต้องทำ ก็จะมีคนชอบใจและไม่ชอบใจ
แต่พอรู้ว่าต้องไปจริงๆแล้ว ก็ใจหายเหมือนกัน
เพราะคุ้นเคยกับคนและงานพอสมควร
อีกอย่างคือ เงินหายไปหลายพัน และไม่มีรถด้วย -”-
แต่ชีวิตก็ต้องก้าวไปนะ ความเปลี่ยนแปลงเป็นความแน่นอน
อย่างน้อยครั้งนี้ฉันก็ทำงานมาจนสุดทาง ไม่ชิงหนีลาออกก่อน
มีผลงานและถึงเวลาที่เค้าเปลี่ยนให้เรา ไม่ใช่เปลี่ยนเอง
ก็พอใจกับตัวเองอยู่ที่ทำได้ขนาดนี้
ป.ล. เมื่อวานเริ่มรู้สึกตัวว่า เวลามีแฟนแล้วมันทุกข์
เพราะว่า เราทนความไม่เพอร์เฟคของแฟนไม่ได้
ความไม่เพอร์เฟคของตัวเองยังทนได้ยากเลย จะไปทนอะไรคนอื่นได้
About this entry
You’re currently reading “ ความทรงจำ ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 3.27.08 / 10pm

10 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]