หว่าย ไม่ใช่นะ

มีคนถามว่า อยู่เป็นโสดแบบนี้มีความสุขไหม

แอบงงคำถามตอนฟัง ปรับคำถามให้เป็นที่เข้าใจอีกนิดนึง
แล้วถึงบางอ้อว่า เค้าคิดว่าเราไม่มีแฟนแล้วมีความสุข
ซึ่งเราไม่ได้คิดว่าเราเป็นโสดแล้วมีความสุขนะ
แต่เรามีความสุขในฐานะที่ไม่มีแฟนได้

เข้าใจมั้ยเนี่ย

แปลว่า เพราะไม่ใช่ว่าไม่มีแฟนแล้วมีความสุข
แต่มีความสุขแม้จะไม่มีแฟนก็ตาม

เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่า เบื่อแฟนเต็มทน
เห็นฉันมีความสุขแล้วคิดว่า เลิกดีกว่า จะได้มีความสุขเหมือนกัน

ไม่ใช่นะ

ต้องปรับความเข้าใจกันใหม่อีกรอบหนึ่ง
ว่า ที่เห็นแฮปปูรี่ดี๊ด๊านี่ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นโสดก็พอ
แบบนี้คนไม่มีแฟนทุกคนในโลกนี้ต้องมีความสุขสิ
ซึ่งก็ไม่ใช่ เพราะคนไม่มีแฟนส่วนมากในโลกนี้ไม่มีความสุข
กลับอยากมีแฟน เพราะคิดว่ามีแฟนแล้วจะมีความสุข ไม่เหงา

โดยส่วนตัวแล้ว ไม่ได้คิดว่า แฟนเป็นปัจจัยของการเป็นทุกข์เป็นสุขมากนัก
เพราะตัวเองในปัจจุบันไม่มี แล้วทำท่ามีความสุขซะเต็มประดา
ซึ่งมันคงแสดงออกให้คนอื่นได้เห็น แล้วแอบคิดเอาว่า
หรือว่า ถ้าเราไม่มีแฟน เราจะมีความสุขได้แบบนี้ไหม

ต้องรีบเบรคเอี๊ยดเลย ว่า ไม่มีใครเค้าเลิกกันเพราะเหตุผลแค่นี้หรอก
ว่าอยู่กับตัวเองมีความสุขกว่าอยู่กับแฟน เพราะงั้นเลิกกับแฟนดีกว่า

ต้องบอกไปอย่างกระชับเพราะเวลาจำกัด
ว่า อย่าไปคิดว่า เป็นโสดแล้วจะมีความสุข
เหมือนวิ่งหนีว่าความสุขอยู่ข้างหน้า แล้วก็ละทิ้งสิ่งที่เป็นอยู่
พอเป็นโสดแล้วเดี๋ยวก็จะรู้สึกว่าอยากมีแฟนอีก
อยู่ในสถานะไหนก็มีความสุขได้ในสถานะนั้น

พูดได้แค่นั้นก็ต้องรีบไป
แล้วกลับมาเขียนไดนี่ว่า มีคนคิดแบบนี้ด้วยอ่ะ
คือ ถึงแม้ว่าเราจะเขียนบ่อยว่า เราไม่มีแฟน แล้วมีความุสุข
แต่เราไม่เคยอธิบายเลยว่า ไม่ใช่แค่ไม่มีแฟนแล้วมีความสุขนะ
โอเค มันอาจจะอิสระ ไม่ต้องแคร์ใคร เราไม่หนักใจ
แต่ว่าคนทุกคนเคยเป็นโสดทั้งนั้น ลองคิดถึงตอนไม่มีใคร
ว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร

ซึ่งเราข้ามความรู้สึกตรงนั้นมาได้แล้วไง
เพราะฉะนั้นไม่ได้แปลว่า ไม่มีแฟนแล้วมีความสุข
แต่มีความสุขได้แม้จะไม่มีแฟนก็ตาม

บางทีคนอ่านๆเอาอาจจะไม่รู้สึกอะไร อ่านก็อ่านไป
ผิดกับคนที่เจอหน้ากัน คุยกัน
ว่าเรามีความสุขจริงๆ เราไม่ได้หลอกตัวเอง
ไม่ได้หลอกใคร ความรู้สึกอะไรที่เราคุยกัน
เราไม่ได้เสแสร้ง เราไม่ได้ทำเป็นเข้มแข็งแต่แอบอิจฉา ไรงี้

เลยทำให้เข้าใจผิดไปว่า ที่ไม่มีความสุขเพราะคนข้างๆนี่หรือเปล่า
ถ้าอยากมีความสุขแบบเราต้องไปตั้งต้นด้วยการเป็นโสดหรือเปล่า

เอิ่ม .. ไม่จำเป็นนะ เพราะกิ๊กเค้าก็แฮปปูรี่ไม่ต่างจากเรา
แล้วเค้าก็มีกำไร มีหมีอยู่ข้างๆด้วย

เพราะงั้นมันไม่ได้จำเป็นต้องไปตั้งต้นว่า เป็นโสดก่อน หรือมีแฟนก่อน
หรือรวยก่อน หรือเรียนจบก่อน หรือมีลูกก่อน หรือแก่ก่อน

ไม่ต้องไปเริ่มต้นอะไรยุ่งยาก ขั้นตอนเยอะ
ถ้าอยากมีความสุขก็เริ่มต้นได้แค่ตั้งใจจะเริ่มทำ แค่นั้นเอง
เริ่มด้วยอะไรเล็กน้อย เช่น ทำบุญ ทำทาน รักษาศีลก่อน
ถ้าความสุขยังไม่โผล่มาให้เห็นก็อาจจะเพราะทำไม่พอ ทำไม่เป็นหรือเปล่า

เคยคุยกับกิ๊กเหมือนกันว่า ลองย้อนนึกไปดูถึงการทำบุญสมัยไม่รู้เรื่องของเรา
เราก็พบว่า มันไม่ได้มีความสุข มันรู้สึกหวง มันรู้สึกว่า มันสุขตรงไหนกับการทำบุญ
มีแต่เสียเงิน ไม่เห็นได้อะไรมา

ซึ่งมารู้ทีหลังตอนที่ทำเป็นแล้วว่า เพราะเราตั้งใจไว้ไม่ถูก
เราไปเห็นว่ามันคือการเสียเงินของเรา เราหวงเงินของเราไว้
ทั้งๆที่มันคือ การได้มาของคนอื่น คนที่เค้าได้เงินเราไป เค้ามีความสุขนะ
เด็กๆได้กินอาหารที่เราเอาไป เค้ามีความสุข ก็ต้องไปดูตรงนั้น
แล้วย้อนกลับมาดูใจเราว่า เรายังหวงมั้ย เรามีความสุขไปกับเค้ามั้ย
ถ้าไม่มีเรา เค้าจะมีความสุขอย่างที่เราเห็นมั้ย

บางคนก็มุ่งทำบุญกับวัด เพราะคิดว่าได้บุญมาก เค้าว่าๆกันมา
แต่ก็ไม่รู้ว่า ทำไมได้บุญมาก หยอดลงกล่องไปก็ไม่เห็นว่าทำไมได้บุญ
ใจมันก็ไม่รู้สึกอะไร แห้งแล้ง รู้สึกเสียเงินเปล่า
เพราะว่าเราไม่รู้จักว่าพระพุทธศาสนาให้อะไรกับเรา
ถ้าเรารู้ว่า ธรรมะช่วยให้พ้นทุกข์ได้แค่ไหน
เราจะมีกำลังใจตื่นมาตักบาตร ทำบุญให้วัด ทำสังฆทาน เพราะอยากให้มีพระต่อไป
จะได้มีพระที่สืบทอดคำสอนนั้น ให้มีคนที่พ้นทุกข์มากขึ้น
มีความสุขเหมือนที่เรามีความสุขนี่แหละ

หรือทำไมเราต้องพิมพ์หนังสือธรรมะแจก
ลองถามใจคนที่พิมพ์หนังสือหลวงอาหลายคนได้เลย
ว่าเค้ามุ่งหวังว่า 100 คนที่ได้หนังสือไป จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้หมดมั้ย
ไม่มีใครหวังแบบนั้นเลย พิมพ์ไป 100 เล่ม ได้คนที่สนใจอ่านแค่ 1 เล่ม
เราก็ถือว่าคุ้มมากๆแล้ว แค 1 คนนั้นที่เรารู้ว่า
เรามีส่วนที่ทำให้เค้าได้ก้าวมาในทางนี้ ก็ทำให้เราปลื้มใจได้แล้ว

หรือที่เหนื่อยทำโรงทานกันมาสองปี
คนที่อ่านมาตลอดก็รู้ว่า เราไม่ได้สบายเลย เราเหนื่อยในการเตรียมการ่ทำกันขนาดไหน
แต่ใจที่สู้อยากทำเพราะความรู้สึกด้านบนนี่แหละ
ว่าเวลาเห็นคนที่เค้ามางานกฐินได้กินอาหารที่เราทำแล้วเค้ามีความสุข
เราก็มีความสุขนะ

เขียนไปเขียนมาก็มาลงเรื่องโปรเจคเราจนได้ อิอิ
อัพเดทยอดล่าสุดตามนี้เลย


เด็กกำพร้าหญิง = 4150
เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน = 4150
โรงทาน = 3150
หนังสือธรรมะ = 2150
ที่คั่นหนังสือ = 900

รายละเอียดโปรเจคต่างๆ ก็ตามหน้านี้นะ
http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/544

เมื่อวานไปอัพเดทยอดดู
แล้วก็เห็นใจเราว่ามันแปลกๆดีนะ
เพราะปกติเราจะเห็นแต่เงินในบัญชีเราลด
แต่นี่เป็นบัญชีที่ดูยอดทีไร มาจากไหนก็ไม่รู้สิ
(จริงๆก็รู้แหละ แต่เราไม่รู้ว่าเงินจะมาตอนไหน
เค้าบอกเราแล้วก็จริง แต่เงินไม่ได้มาพร้อมกับบอกนี่นะ)

วันก่อนสาวๆเค้าแปะคำทำนายประจำราศี
ราศีเราบอกว่า จะมีเงินก้อนเข้ามา
เราไม่ได้บอกเค้าตอนนั้นว่า เงินนั้นน่ะ ก็เงินนี้ล่ะมั้ง จะเป็นเงินที่ไหนกัน
เราไม่ใช่ประเภทถูกหวยรวยเบอร์อะไรอยู่แล้ว
ไม่เคยได้เงินมาแบบลาภลอยหรอก

ป.ล. ไม่ค่อยมีเรื่องอัพไดเท่าไหร่เลยหลังๆ


About this entry