เขียนขัดดอกไปก่อน

เมื่อตอนเย็นไปซื้อของใน 7-11
แล้วไปยืนต่อคิวเพื่อจ่ายเงิน

มีคนเข้า 1 คิว กำลังจ่ายเงินทั้ง 2 เคาน์เตอร์
เราก็เลยไปยืนตรงกลาง รอว่าช่องไหนจ่ายเสร็จก่อน
แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณๆกันนี่แหละ
ก็มายืนแทรกเรา คือ แซง ว่างั้นเหอะ
เราก็เลยเขยิบไปอีกคิว ประมาณว่า โอเค ยกให้เคาน์เตอร์นึง

พอเคาน์เตอร์หน้าเราทำท่าจะเสร็จก่อน
ชีก็เอาแก้วน้ำมาวางไว้ตรงเคาน์เตอร์ข้างหน้าเราทันที

อิฉัน: โทษนะคะ มาก่อนค่ะ
คุณคนนั้น: คุณก็วาง ก็จ่ายไปสิ จะขอแค่วางแก้วก่อนแค่นั้นเอง

โหย พนักงาน 7-11 คงคิดว่า เจ๊สองคนนี้ได้ตบกันแน่

ตอนนั้นหน้ามึน หงุดหงิดไปเลยเหมือนกัน
เพราะว่ารู้สึกแย่ที่เค้าตอบแบบนั้น
ถ้าเฉยๆแล้วเอาแก้วออกไปก็คงรู้สึกอีกแบบ
แต่ไม่ได้แบบว่า อายที่พูดออกไปแบบนั้นนะ
ก็ยังรู้สึกว่า ไม่ควรมาทำอะไรแบบนี้ เราก็แค่บอกไปว่าคุณผิดนะ
เจตนามีแค่นั้นจริงๆ

คิดว่าถ้าเป็นสมัยก่อนคงไม่มีใครกล้าแซงแบบนี้
เพราะรังสีอำมหิตคงบ่งบอกว่าเล่นด้วยไม่ได้ แม่จะวีนให้เละ
แต่ตอนนี้สงสัยจะไม่มีรังสีนั้น เลยคิดจะแซงคนนี้ล่ะ

คิดผิดนะ ถึงจะไม่วีน แต่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน
เมื่อก่อนบางครั้งอาจจะปากหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ แล้วเอามาด่าทีหลัง

เราเชื่อว่า เจอแบบนี้หลายคนก็คงทำแบบเรา
หรือมากกว่าเรา (อาจจะไปตบกันหน้า 7-11)
แล้วเราก็เชื่อว่า หลายคนคงปล่อยผ่านไป

แต่เราไม่คิดว่าใครจะทำถูกหรือทำผิดล่ะ
จะพูดแบบเรา หรือจะด่ากัน หรือจะนิ่งเฉย
เราว่าเป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะยอมรับข้อดีข้อเสียแบบไหน
เพราะเราคงไม่สามารถไปดัดนิสัยคนแบบนี้ได้ด้วยตัวเราคนเดียวหรอก
พรุ่งนี้เค้าก็ทำอีก ทำไปเรื่อยๆ ไม่เข็ดหรอก
คงจะไม่ได้เลิกทำเพราะเราไปยืนด่าเค้าอยู่แล้ว

ไม่มีเรื่องจะอัพหรอก แต่แค่อยากมาอัพเดทยอด
เลยมาเล่าเรื่องข้างบนให้ฟังเล่นๆ

อัพเดทยอด

เด็กกำพร้าหญิง = 4550
เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน = 4550
โรงทาน = 4050
หนังสือธรรมะ = 2550
ที่คั่นหนังสือ = 300

รายละเอียดโปรเจคต่างๆ ก็ตามข้างล่างนี้
สนใจรายละเอียดและอยากร่วมบุญด้วยก็ได้เลยค่ะ
http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/544

โปรเจคแรกปิดไปแล้วนะคะ
เดี๋ยวจะไปซื้อของแล้วส่งไปรษณีย์ไป
ส่งเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคจากกีบไปแล้วหนึ่งกล่องใหญ่
หนักมากๆ อนุโมทนากับกีบด้วย

ป.ล. ไว้เดี๋ยวความคิดมันกลั่นตัวแล้ว
จะเขียนเรื่องเป็นประโยชน์บ้างนะ


About this entry