วันที่ 2: หุบป่าตาด - ต้นไม้ยักษ์
เช้าตื่นมาตอนหกโมงครึ่งแบบตื่นเอง
เห็นว่าพระอาทิตย์กำลังขึ้น เลยคว้ากล้องออกไปถ่าย
เมื่อคืนไม่ได้เห็น เพราะว่าฝนตก และมืดมากๆ
ไหนๆก็ตื่นเช้าแล้ว เลยออกไปถ่ายรอบๆรีสอร์ทด้วยแสงเช้าแบบนี้
สระว่ายน้ำด้านขวา
และด้านซ้าย
ตอนว่ายนี่ชอบมาก เพราะว่ามันโล่งๆ แล้วก็สวยไปหมด
มาว่ายตั้งสองรอบ
แต่คลอรีนแรงมาก ขึ้นมาทีนี่ผมแห้งเลย
รอไปรอมาก็หิว เลยไปกินข้าวเช้าก่อนคนอื่น
เมื่อวานตอนที่โทรมาที่นี่เพื่อยืนยันว่า
มีชื่อเราเข้าพักนะ
เรา: จองที่พักไว้คืนนี้และคืนพรุ่งนี้ค่ะ จะขอคอนเฟิร์ม
เจ้าหน้าที่: คุณนิสิตาใช่มั้ยคะ
รู้ได้ไงง่ะ
มารู้ที่นี่เองว่า มีกลุ่มเรากลุ่มเดียวที่เข้าพักวันศุกร์
และก็มีอีกกรุ๊ปเดียวที่มาเป็นครอบครัว
ABF มาตรฐาน
เราไม่ชอบเบคอนกรอบๆ แบบนี้เลย แข็งเกินไป
พี่หมีเลยเอาไปกินหมด
นั่งรอสักพัก พรรคพวกก็ทยอยกันลงมา
ข้าวต้มหมู
ข้าวต้มกุ้ง
กินข้าวเช้าเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทาง
ตอนแรกว่าจะไปเขาปลาร้า
แต่เมื่อเช้าเจ้าหน้าที่แนะนำว่า ไปหุบป่าตาดดีกว่า
ระหว่างทาง
หุบป่าตาดก็อยู่ก่อนถึงเขาปลาร้า
เราเลยแวะหุบป่าตาดก่อนแล้วกัน
ปรากฏว่า ไปเข้าใจผิดว่า วัดถ้ำทองคือ หุบป่าตาด
ปางปรินิพพาน ไม่ค่อยได้เห็น
ปกติจะเห็นแต่ปางไสยาส
ถ่ายจุดสังเกตให้ดูว่าเป็นปางนี้ให้ดูด้วย สังเกตเห็นมั้ย
ปกติปางไสยาส ในพจนานุกรมเขียนว่า ไสยาสน์
แต่ว่า เราเลือกจะเขียนว่า ไสยาส ตามเหตุผลของวัดโพธิ์ ดังนี้
“ปัจจุบันทางวัดใช้ว่า “พระพุทธไสยาส” (ไม่มี น์) ตามมติของสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต ป.๙) โดยให้เหตุผลว่า คำว่า “ไสยาส” แปลว่า นอน ส่วนคำว่า “ไสยาสน์” มาจาก ไสยา + อาสน แปลว่า นอนและนั่ง”
เรารู้แต่ว่า ต้องเดินทะลุถ้ำเข้าไปถึงจะเจอหุบป่าตาด
ก็เลยคิดว่าต้องเป็นถ้ำนี้
แล้วเจสก็พยายามจะเดินเข้าไปให้ได้
ไม่ใช่มั้ง
มันมืดมากแล้วก็ไม่มีป้ายอะไร เลยเดินออกมา
แล้วก็ไปหาอะไรกินที่ลานสัก เป็นร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ
ขี้เกียจเปลี่ยนเลนส์ เลยถ่ายด้วยเลนส์ไวด์มันซะเลย
ถามเจ้าของร้าน เค้าก็บอกว่า ไม่ใช่ตรงนั้น
ต้องเข้าไปอีกหน่อย
พอเข้าไปก็เลยได้เห็นรถจอด 2-3 คัน
รู้สึกว่า เออ นี่ ค่อยเรียกว่ามาเที่ยวหน่อย
ที่ผ่านมาไปไหนมาไหนไม่ค่อยเจอใครเท่าไหร่เลย
เสียค่าตั๋วคนละ 30 บาท มีไฟฉายหมาน้อยให้ 1 อัน
อ่ะ ถ่ายกันก่อนเหงื่อตกกีบ
เข้าถ้ำกันไปก่อน ข้างในมืด และกลิ่นขี้ค้างคาวฉุนมาก
เดินสัก 20 เมตรก็ทะลุออกมา
ตรงนี้เมื่อก่อนเคยเป็นถ้ำเหมือนกัน แต่ว่ายุบตัวลงมา
พอยุบตัวลงมาก็เลยทำให้ถูกตัดขาดจากภายนอก
มีทางเข้าออกก็คือ ถ้ำนี้เองแหละ แต่ถ้ำนี้ก็เป็นฝีมือมนุษย์ขุดอีก
โบราณได้อีก ต้นไทรก็ไม่เหมือนข้างนอกเค้า
พอถูกตัดขาดจากภายนอก ต้นไม้ก็ไม่มีพัฒนาการเหมือนข้างนอก
เป็นต้นตาดเสียส่วนมาก ดูผาดๆแล้วเหมือนป่าในจูราสสิคปาร์ค
(เด็กสมัยนี้รู้จักจูราสสิคปาร์คมั้ยอ่ะ)
เจ้าหน้าที่บอกว่า ค่อนข้างร้อนอบอ้าวแตกต่างจากวันอื่น
ซึ่งปกติแล้วจะเย็นสบายแตกต่างจากข้างนอก
คงเพราะว่าฝนกำลังจะตก และในนี้เป็นหุบเขา
เป็นอีกหนึ่ง Unseen เมืองไทย
เพิ่งรู้เหมือนกัน
ยังมีถ้ำหลงเหลืออยู่ตรงกลางหน่อย
ออกมาว่าจะไปดูเขาปลาร้า
แต่เห็นทางแล้วสงสารน้องอิปป้ง
เลยบอกให้กลับดีกว่า กลัวน้องอิปป้งจะออกมาไม่ได้
เป็นทางดินแล้วฝนกำลังจะตก
อีกอย่างคือ เจ้าหน้าที่บอกว่า ปีนขึ้นไปไม่ได้หรอก
เพราะว่าฝนเพิ่งตก ทางจะลื่น ควรจะไปหน้าแล้งมากกว่า
ใช้เวลาปีนขึ้นลง ประมาณ 3 ชั่วโมง
บนเขาปลาร้ามีภาพเขียนแบบที่เห็นที่รีสอร์ทนี่แหละ
คนสมัยก่อนก็อุตส่าห์ขึ้นไปเขียนกันนะ
ฝนตก แต่อยากถ่าย
มุ่งหน้ากลับรีสอร์ท
เห็นมีป้ายต้นไม้ยักษ์เลยแวะดูสักหน่อย
ทางเข้าก็ลำบากมากๆ ต้องเดินลุยป่าเข้าไป
คงเพราะฝนตกด้วยทำให้ลื่นและแฉะ
ใหญ่เท่านี้
เท่านี้แน่ะ
อ่าว ไม่รู้ว่าใหญ่แค่ไหนเหรอ งั้นเทียบสเกล
ถ่ายมั่ง
พอถึงรีสอร์ทก็ไปว่ายน้ำและทำสปาเกลือ
เก็บรูปก่อนกินข้าวเย็น
สบายตัว สบายใจก็ลงไปกินข้าวเย็นกัน
จังหวัดนี้มีข้อเสียอยู่ที่ว่า ไม่มีร้านอาหารแนะนำเลย
แล้วเราก็เลยไม่รู้จะไปกินที่ไหนดี
แล้วทางเข้าออกรีสอร์ทก็มืดมาก เลยกินในรีสอร์ทอีกแล้ว
แต่วันนี้มีรูปมาแก้มือนะนี่
ปลาทับทิมนึ่งซีอิ๊ว
แกงจืดเต้าหู้หมูสับ สั่งมา 2 วันติดแล้ว
คะน้าหมูกรอบ
พล่ากุ้ง ที่เราว่าเราทำอร่อยกว่า แฮ่ม.. (อิอิ)
ลาบหมูทอด ชนะเลิศ
กินกับข้าวเปล่า งั่มๆ
กินเสร็จ เราก็แบกขาตั้งกล้องออกมาถ่ายรูปรีสอร์ทตอนกลางคืน
ไม่มีรูปกลางคืนก็เสียเครดิต 20 มม.พี่เสือหมด
เลนส์ตัวนี้ถ่ายรูปกลางคืนชนะเลิศมาก ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย
ย่ออย่างเดียวจริงๆ
ป.ล. กลางคืนฝันว่ากลับไปทำงานเดิม ด่าลูกน้องอยู่เย้วๆ
แล้วก็นึกได้ในฝันว่า เราจะเลิกทำแล้วนี่นา จะโวยวายทำไม
ตื่นมาถึงรู้สึกตัวว่า เลิกทำไป 3 เดือนแล้วย่ะ (ดูมันตามมาหลอกหลอน)
About this entry
You’re currently reading “ วันที่ 2: หุบป่าตาด - ต้นไม้ยักษ์ ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 8.30.08 / 11pm


































































No comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]