วันที่ 3: วัดถ้ำเขาวงศ์-วัดผาทั่ง-บางปลาม้า-กรุงเทพฯ
เช้าวันสุดท้ายก็ตื่นมาชิลๆ
แล้วลงไปกินข้าวเช้ากันตามปกติ
คิดไว้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่า
จะกินข้าวต้มกุ๊ย กับกับข้าว
(วางแผนนานมั้ย คิดดู)
เมนูอาหารเซตเช้าที่นี่ที่รวมในค่าที่พัก
ไม่ได้เป็นบุฟเฟท์เพราะไม่ค่อยมีคนพัก
มีอยู่ 3 เซต เมื่อวานเห็นไปแล้ว 2 เซต
คือ อเมริกันเบรคฟาสต์ กับ ข้าวต้มกุ้งหรือหมู
อากาศใช้ได้
บรรดานมที่รอเจสลงมากิน ไม่ค่อยกินอ่ะ
มาแล้ว หมูผัดซีอิ๊ว จานใหญ่มากกกกก
ไม่พอ ยำไข่เค็มอีกจาน สองลูกแน่ะ
ปกติเวลาสั่งข้าวต้มกุ๊ย กับข้าวจะจานเล็กๆ
แต่นี่มาเหมือนสั่งกินเป็นกับข้าวเลย
น้องอี้ก็เลยสั่งข้าวต้มมาอีกถ้วยนึง ช่วยกิน
พี่หมีลงมาเห็นแบบนี้ เลยสั่งมาอีกชุดนึง
กะว่าจะกินอิ่มกันไปถึงมื้อเย็นเลยมั้ง
รสชาติอาหารที่นี่ใช้ได้นะ
หลังจากกินมา 4 มื้อ -”-
เสร็จแล้วเราก็ตกลงว่าเราจะออกเดินทางกันตอนเที่ยง
เลยไปว่ายน้ำอีกรอบ และไปทำซาวน่าจนเที่ยง
ว่ายน้ำบ่อยจากว่ายน้ำไม่ค่อยเป็น จนตอนนี้ว่ายได้ 3 ท่าแล้ว ภูมิใจ อิอิ
แต่ยังหายใจในน้ำไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่เลย ท่าไม่สวย แต่พอเอาตัวรอดได้นะ
ถึงได้เดินทางออกจากที่พัก
ไปวัดถ้ำเขาวงศ์ใกล้ๆที่พัก
ที่นี่มีจุดเด่นตรงที่มีเรือนไม้สักสร้างบนเขา
แล้วก็สารพัดจะสร้างกัน จนงงว่า เอาช่างที่ไหนมาทำเนี่ย
เหมือนสร้างรีสอร์ทอะไรกันเลย
นึกถึงกฤษดาดอย ที่เชียงใหม่ ไงไม่รู้
มีคนมาเที่ยวนิดหน่อย พอให้เดินไม่เหงา
แต่ก็เหมือนจะเป็นคนพื้นที่อยู่ดี
พยายามไปไหม ถ่ายให้ไหม
เพิ่งสังเกตว่าพี่หมีใส่เสื้อสีชมพูอีกละ
แล้วก็ไปต่อกันที่วัดผาทั่ง ที่เจสบอกว่า มีพระองค์ใหญ่ๆ
ไม่คิดว่าจะใหญ่เท่านี้
ทำไมเราไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่า
มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขนาดนี้อยู่ที่นี่ด้วย
ไม่มีบอกในแผนที่ท่องเที่ยวของจังหวัด
แถมยังไม่มีคนอีกต่างหาก
จนเราจะกลับนั่นแหละ ถึงได้มีรถมาจากกรุงเทพฯ
ตอนจอดรถมีลุงคนหนึ่งเดินลงมาจากข้างบน
บอกเราว่า เอารถขึ้นไปจอดข้างบนก็ได้
เราก็ อือๆ เสร็จแล้วตอนถอยรถ
พี่หมีก็ อ้าว ลุงหายไปไหน
ก็เดินอยู่ข้างหลังนั่นแหละ
ทำเป็นตื่นเต้นว่าเห็นวัดไม่มีคน
แล้วนึกว่าจะได้เจอของดี อิอิ
ด้านใน
ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะไม่มีใคร แต่เหมือนมีการดูแลที่ดีมาก
เพราะว่าวัดดูสะอาด สงบ
เหมือนพระ หรือผู้ดูแลวัดนี้ จะแอบๆดูแลหลังนักท่องเที่ยวเผลอ
ไหนๆก็จะกลับแล้ว เสี่ยงเซียมซีขามา แล้วก็เลยลองขากลับดู
เหมือนเดิมจริงๆ เห็นตรงขีดเส้นใต้ไหม
เจสบอกว่า โห แม่นได้อีก
ออกจากวัดผาทั่ง เราก็มุ่งหน้าจะไปกินปลาม้าที่สุพรรณฯ
แต่ระหว่างทางออกจากอุทัยไปสุพรรณฯนี่ก็มีตบตีกันเล็กน้อย
เพราะว่างงเส้นทางที่จะออกจากอุทัย
ไม่รู้ว่าที่กำลังวิ่งอยู่นี่เป็นทางหลวงหมายเลขอะไร
เถียงกันไปกันมา วนรถกลับไปกลับมา
น้องอี้ก็มาบอกว่า ก็ดูหลักกิโลสิ ว่าทางหลวงหมายเลขอะไร
เท่านั้นแหละ เลิกเถียงกันสักที
ขนาดมีน้องหมาดำ และแผนที่ตั้ง 3-4 อันนะเนี่ย
ขับลงจากอุทัยไปสุพรรณเรื่อยๆ
เราพบว่า เส้นทางนี้วิวสวยสุดยอด
มีเนินเขา มีไร่ มีนา มีท้องฟ้าใสๆ มีเทือกเขา
ซึ่งถ่ายมาให้ดูได้ไม่หมดหรอก ต้องไปดูเอง
ขับจนจะ 4 โมงเย็น หาร้านอาหารหลายร้าน
ถึงได้มาจบกันที่ร้านแม่บ๊วยที่บางปลาม้า
เพราะขี้เกียจหาแล้ว ทุกคนเริ่มหิว
จะว่าไป เราก็ไม่ค่อยรู้จักร้านอาหารในสุพรรณฯเท่าไหร่
เพราะปกติไปสุพรรณฯ ก็ไปแค่ อ.สองพี่น้อง แล้วก็ทำอาหารกินเองทุกครั้งไป
ปลาม้านึ่งมะนาว เนื้อปลาม้าจะเหนียวและหยาบกว่าปลาคังหน่อย
แต่ว่าไม่มันเท่า หนังไม่มันเหมือนปลาคัง อร่อยคนละแบบ
คะน้าผัดน้ำมันหอย หอมและผัดได้ถึงเครื่องมาก
กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ อร่อยกว่าที่กุ้งทองชุบล่ะ สดกว่า รสชาติดีกว่า
(กินกุ้งแม่น้ำไปช่วงนี้ เมื่อคืนไปกิน Coffee bean by dao สาขาราชดำริ
ไม่กล้ากินกุ้งแม่น้ำเลย ตัวใหญ่เท่าที่สิงห์บุรี แต่ราคาเท่าไหร่ไม่รู้
เสิร์ฟแบบไฮโซ ผ่าครึ่งและมีมีดเล็กๆให้หั่นกิน)
แกงป่าลูกชิ้นปลากราย เครื่องแกงเข้มข้นมากๆ
ออกรสขมนิดๆ แต่เผ็ดเยอะเลย ลูกชิ้นปลากรายเด้งดึ๋ง
ที่นี่อาหารเร็วมากๆ และรสชาติใช้ได้
คิดไม่ผิดที่ตัดสินใจให้จอดกินที่นี่เลย
ตอนแรกทุกคนคิดว่า ร้านแบบนี้จะไม่อร่อย
ร้านพวกขายของฝากด้วยนี่
ส่วนมากจะไม่อร่อย แต่ร้านที่อร่อยจะเป็นพวกร้านต้นตำรับ
แบบที่ไม่ใช่เป็นข้าวแกงตักๆ แต่สั่งอาหารได้
รสชาติจะไม่ค่อยผิดหวังเท่าไหร่
ไปรอคิวขนมสาลี่ออกจากเตาที่นี่ด้วย
จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า ที่นี่อร่อยกว่าเอกชัย
แต่เราก็ไม่เคยมาซื้อถึงถิ่นเหมือนกัน
คนรอคิวกันให้เพียบ
เหมือนจะรู้สึกว่า น้องๆไม่ได้ชอบกินสาลี่นัก
ก็เลยซื้อมาแค่ 3 ถุง ปรากฏว่า เราได้กินไปแค่ 3 ชิ้นเอง
หายไปกับสายลมหมดเลย
วันหลังบอกนะ ว่าชอบกินกันน่ะ
จากตรงนี้ เราก็เปลี่ยนผลัดขับแทนพี่หมีที่ขับมาแล้ว 3 วัน
เพราะว่าเดี๋ยวเส้นทางนี้จะเข้ากรุงเทพฯแล้ว แล้วเรารู้ทาง
จะได้ไม่ต้องบอกทางกันให้วุ่นวายอีกต่อไป
ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้นั่งแบบนี้อีกนะ
จบทริปนี้ด้วยภาพนี้แล้วกัน ถ่ายที่อวตาร รีสอร์ท
ปีนี้ยังไม่มีแพลนเที่ยวที่อื่นอีกเลย
About this entry
You’re currently reading “ วันที่ 3: วัดถ้ำเขาวงศ์-วัดผาทั่ง-บางปลาม้า-กรุงเทพฯ ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 8.31.08 / 12pm
























No comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]