BE reunion

เมื่อวานไปงาน BE reunion มา
ไม่เคยมีงานแบบนี้เกิดขึ้นเลย
ตั้งแต่เรียนอยู่และจบไป

จนกระทั่งวันหนึ่งมีน้องคนหนึ่งโทรมา
น้อง: พี่มิงค์นะคะ หนู… BE #15 ค่ะ
อิฉัน อึ้งไปสองวินาที และกรี๊ดว่า แก่ขนาดนี้แล้วเหรอ

เพราะเรารุ่น 5 กรี๊ดๆๆๆ

ทุกคนที่รับโทรศัพท์จากน้องเรื่องงานนี้
ก็จะกรี๊ดเรื่องนี้ก่อน ก่อนที่จะฟังว่าน้องจะพูดอะไรต่อไป

แล้วน้องก็เล่าว่า เราจะมีงาน reunion
ที่จะรวบรวมพี่ๆ BE กลับมาทุกรุ่น จนถึงรุ่นปัจจุบัน

ก็ออกมาเป็นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
ที่หอประชุมกองทัพเรือ

แต่งหน้าทำผมด้วยตัวเอง
เพราะไม่อยากเสียเงิน แบบว่าประหยัด

me

ตานี่ใช้เวลามากกว่าที่แต่งทุกวันนิดหน่อย
ปกติใช้เวลาแต่งตาก่อนไปทำงานประมาณ 10 นาที
เวลาไปงานใช้ 20 นาที เสียไปกับการกรีดตา 80%

นี่ถ้าไม่ไปทำตามาคงไม่สามารถแต่งตาได้ขนาดนี้
เหมือนไม่ใช่ตาตัวเองเลย มันสวยเวอร์ง่ะ

me

me

อ่ะ ถ่ายก่อนออกจากบ้านนิดหน่อย
น้องบลูเริ่มไม่ไหวละ ถ่ายไม่ค่อยได้
ต้องเป็นเจ้าของเท่านั้นถึงจะพอถ่ายได้ คนอื่นหมดสิทธิ์

ไปถึงงานก็เจอเพื่อนๆและพี่ๆน้องๆ
ส่วนมากไม่ได้เจอตั้งแต่เรียนจบ
แต่ก็พบว่า หน้าเหมือนเดิมเป๊ะ ไม่มีเปลี่ยนเลย
ยกเว้นผู้ชาย ถ้าอ้วนขึ้นแล้วกู่ไม่กลับกันเลยทีเดียว

with BE friends

with BE friends

น่าเสียดายที่เครื่องเสียงไม่ดี
ทำให้กิจกรรมที่น้องๆเตรียมมาไม่ได้ผลเท่าที่ควร
แทนที่เราจะได้มีกิจกรรมบนเวที
ก็ไม่มีเลย เพราะไม่ได้ยินเสียง
และทุกคนก็คุยๆๆๆๆๆๆๆ

แต่เราไม่โทษน้องนะ น้องๆจัดงานกันได้ดีแล้ว
มีระบบระเบียบที่ดีแล้ว อายุขนาดนี้ทำได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้ว
ไม่ควรเอาไปเปรียบเทียบกับที่เราทำตอนนี้
เพราะว่าอายุไม่เท่ากัน ประสบการณ์ไม่เหมือนกัน

ชื่นชมน้องๆที่มีไอเดียนี้ขึ้นมา และจัดงานสำเร็จจนได้ เก่งมากๆ

ฉากข้างหลังที่เราถ่ายรูปกัน เป็นคำที่สมัยเรียนอยู่แล้วคุ้นเคย
เช่น Ceteris Paribus ที่ใช้บ่อยมากกกกก แต่ก็ลืมไปนานแล้ว
แม้แต่เค้าโอ๊บกัน (หมายถึงบูมคณะน่ะ)
พี่รุ่นแก่ๆนี่แบบ เอ่อ ลืมไปแล้ว โอ๊บยังไง

ยืนมองน้องๆโอ๊บกันไป 555

1-2 ปีนี้เป็นปีที่ได้กลับไปเจอเพื่อนๆสมัย BE บ่อยที่สุดตั้งแต่จบมา
เพราะจู่ๆก็เกิดคึกนัดกินข้าวกันขึ้นมา
แล้วก็มีงานแต่งงานที่เริ่มถี่ขึ้น จนกระทั่งมางานนี้
และกำลังจะมีงานแต่งงานอีก 2-3 งานตอนสิ้นปีอีก

มีคนถามๆ คือ ถามกันทั่วๆนั่นแหละว่าเมื่อไหร่จะแต่ง
คนส่วนมากก็แบบ เออ หายังไม่ได้เลย
มีคนนึงพูดขึ้นมาว่า หาที่นี่แหละ คุณภาพใช้ได้ทั้งนั้น
ทำให้มานึกได้นะว่าจริงๆแล้ว เพื่อนๆหรือรุ่นพี่ รุ่นน้องด้วย เอ้า
ผ่าน ISO ระดับหนึ่งกันหมดนะ
เหลือแค่นิสัย ใจคอ และความคิดส่วนตัวว่าจะเข้ากันได้มั้ย

หน้าตาก็โออีกต่างหาก เอิกๆ

แต่มันต่างจากตอนเรียนอยู่
เพราะตอนนั้นก็รู้สึกว่า เด็กๆด้วยกันหมด
ตอนนี้ต่างไป เพราะเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว

พูดแบบนี้ไม่ได้หวังว่าจะสานสัมพันธ์ต่อกับใครในงานนะ
แต่ว่ามานึกดูแล้วก็เห็นจริงตามนั้น
ว่าเราก็ไม่ได้จบคณะไก่กาอะไรนะเนี่ย ก็ซัมติงกับเค้าเหมือนกัน

ป.ล.1 เช้าวันอาทิตย์ไปทำงาน
เป็นงานแบบว่า ถ้าไม่ใช่บ.ฝรั่งนี่เค้าไม่ทำกันนะเนี่ย
แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะจะได้หยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน เย่

ป.ล.2 ยังมีเรื่องอัพอีก แต่ตอนนี้เอาไปแค่นี้ก่อนนะ

ป.ล.3 อัพเดทยอด


เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน = 7264
โรงทาน = 4350
หนังสือธรรมะ = 5354
ที่คั่นหนังสือ = 300

รายละเอียดโปรเจคต่างๆ ก็ตามข้างล่างนี้
สนใจรายละเอียดและอยากร่วมบุญด้วยก็ได้เลยค่ะ
http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/544

งบของหนังสือธรรมะสรุปออกมาแล้ว คือ ประมาณ 9000 บาท
ยังเปิดรับอยู่จนถึงเดือนกันยานะ


About this entry