ปัจเจก และ “ศาสนาพุทธ”

เมื่อวานนี้เราไปกินเอมเคกับกิ๊ก
แล้วเราก็ตอกไข่ลงไปลวกในหม้อ
กิ๊กก็บอกว่า เลียนแบบเค้า

ใจแวบแรกมันจะเถียงอะไรไม่รู้ของมัน
แต่แวบที่สองมันก็ยอมรับว่า ก็ทำตาม

แล้วก็บอกกิ๊กว่า อะไรดีๆก็เลียนแบบกัน จะปัจเจกไปทำไม

เป็นการแซวคนอื่นในสังคมนี้
เพราะเราสังเกตเห็นกันว่า
ตอนนี้สังคมเราไม่รู้มันจะปัจเจกกันไปไหน
ใครที่มีความคิดแปลกกว่าชาวบ้านถึงจะดี
ต้องแสวงหาทางอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเอง
จะไปเดินตามคนอื่น เหมือนคนอื่นนี่ไม่ได้

โดยเฉพาะทางที่มีมานานๆด้วยแล้ว
จะต้องไปมองว่า โบราณ งมงาย อะไรแบบนั้น

คนเราน่ะชีวิตมันง่ายแสนง่าย
ไม่มีอะไรซับซ้อนไปมากกว่า
ที่จะมีความอยาก ความหลง ความโกรธในตัวเองเลย
ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้หรอก
แค่มันจะออกมาในรูปแบบไหนแค่นั้นเอง

แต่คนเราไม่ค่อยเชื่อหรอก
มักจะคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าคนอื่น
และพยายามหาทางพิเศษกว่าคนอื่น
โดยเฉพาะทางที่คิดเอาด้วยตัวเอง
หรือทางที่ตัวเองเชื่อว่ามันถูก

แม้มันจะประหลาดในสายตาคนอื่นแค่ไหน
แต่กับตัวเองกลับรู้สึกภูมิใจที่ไม่เหมือนชาวบ้าน

ปัจเจกชนน่ะไม่ผิดหรอก
แต่ปัจเจกชนก็ไม่ได้ถูกและดีเสมอไป
ถ้าเราเห็นของดี เราก็เลียนแบบคนอื่นบ้าง
(ไม่ได้หมายถึงก๊อปปี้กระเป๋า เพลง ความคิดแบบขี้โกงนะ)
ทำตามคนอื่นบ้าง จะเป็นอะไรไป

การยอมรับตัวเองว่าเราไม่ได้รู้เสมอไป
ไม่ได้เก่งเสมอไป มันทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะมาก

ไม่เห็นต้องหวงอะไรนักหนากับความเป็นปัจเจกชนเลย

แล้วเราก็จะลวกไข่ในหม้อสุกี้ต่อไป อิอิ

***

สมัยเด็กๆเคยสังเกตว่า
ในสูติบัตรของเรานั้น เขียนว่า “ศาสนาพุทธ”

ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นคนเลือกเสียหน่อย
แต่เกิดมาก็ได้รับศาสนานี้ตั้งแต่เกิด

และเรื่องแบบนี้ก็เกิดกับคนไทยกว่า 90%
จนทำให้เรารู้สึกว่า เป็นเรื่องธรรมดาจะตายไป
ที่ใครต่อใครจะเป็นคนพุทธ

แต่เกือบ 90% นั้นก็เป็นคนพุทธแค่ในสูติบัตร
มีคนน้อยเท่าน้อยที่เรียนรู้ว่า
การเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนามีค่าแค่ไหน

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า เปรียบเหมือน
บุรุษโยนแอกซึ่งมีช่องเดียวลงไปในมหาสมุทร
เต่าตาบอดตัวหนึ่งมีอยู่ในมหาสมุทรนั้น
เต่าตัวนั้นจะโผล่ขึ้นมาครั้งเดียวทุก ๆ ระยะเวลาผ่านไปร้อยปี

ความเป็นไปได้ที่เต่านั้นจะโผล่หัวขึ้นมาลอดบ่วงพอดี
ก็คือ โอกาสที่เราจะได้พบพระพุทธศาสนา

และคนส่วนมากก็ทิ้งโอกาสนั้นไปเฉยๆ
คนจำนวนหนึ่งซึ่งรู้ค่านี้ ก็ใช่ว่าจะเดินทางไปถึงเป้าหมายเหมือนกันหมด

ถ้าจะเปรียบให้ทันสมัยหน่อย
ก็เหมือนตีกอล์ฟได้โฮลอินวันแล้วไม่พอ
ลูกลงหลุมไปแล้วแต่หลุมนั้นสภาพเหมือนรังมดดีๆนี่เอง
มีทางแยกแตกแขนงออกไปมากมาย

ทั้งติดฝั่งซ้ายบ้าง ติดฝั่งขวาบ้าง
ทั้งถูกมนุษย์จับไว้บ้าง ถูกอมนุษย์จับไว้บ้าง
ทั้งไปเกยตื้นอยู่บ้าง ทั้งถูกน้ำวนบ้าง หรือเน่าในไปแล้วบ้าง

โอกาสที่ลูกจะลงหลุมไปตรงๆทันทีก็ยิ่งยากเข้าไปอีก

หลังจากพบผู้ปฏิบัติธรรมมามากมาย
มักจะพบว่า บรรดาผู้ตีกอล์ฟได้โฮลอินวันแล้ว
จะรู้สึกติดอยู่กับความภูมิใจในโฮลอินวันนั้น

จะมีการเล่าซ้ำไปซ้ำมาว่า ได้เจอพระพุทธศาสนาได้อย่างไร
เข้ามาเจอพระธรรมอันลึกซึ้งนี้ได้อย่างไร
ได้มากราบพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบได้อย่างไร
ช่างเป็นบุญเก่าของเราที่ทำมาได้พร้อมเหลือเกิน

หลงปลื้มไปกับบุญเก่า จนลืมไปว่า
บุญเก่าแค่พามาถึงทางนี้เท่านั้น
ไม่ว่าจะพามาอย่างทุลักทุเล หรือเลิศหรูประการใด
เราก็มาเริ่มต้นเดินทางในชาตินี้ใหม่
เป็นการเดินทางต่อจากที่เราเดินทางค้างไว้เมื่อครั้งก่อน
ไม่ได้บ่งบอกว่า อยู่เฉยๆ แล้วบุญเก่าจะหอบเราไปสุดทางได้

บางคนแทบจะไม่ทำอะไรต่อ เพราะคิดว่าบุญเก่าเราดีเหลือเกิน
ถ้าเรามัวแต่หลงปลื้มไปกับการมาถึงเส้นทางได้
ก็คือการเสียเวลาในชาตินี้ไปโดยใช่เหตุ
นับเป็นเหตุประมาทข้อหนึ่งในการปฏิบัติเช่นกัน

สมัยเด็กๆนั้น ก็หลงปลื้มไปกับสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน
เพราะรู้สึกเป็นคนพิเศษที่ได้เดินบนเส้นทางนี้เร็ว
และการเริ่มต้นก็สวยงามเสียจนเหมือนทุกอย่างพร้อมไปหมด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการหลงคิดว่าเราเป็นคนพิเศษนั่นแหละ
ที่ยื้อยุดให้เราเนิ่นช้าออกไป เพราะมัวแต่คิดว่า บุญเก่าดี
ทำบ้าง หยุดบ้าง ก็คงไม่เป็นไร ออกจะเป็นคนพิเศษขนาดนี้

แต่ความพิเศษนั้นก็เกิดจากบุญเก่าที่หมดไป
ถ้าไม่ภาวนาเพิ่มเติม หรือกรุยทางเพื่อเดินต่อ
ก็จะหยุดอยู่แค่นั้น และกิเลสก็จะพัดเราถอยหลังกลับไปยิ่งกว่าเดิม

การปฏิบัติธรรมไม่มีอะไรมากกว่าปัจจุบัน
ไม่ย้อนกลับไปหาอดีตว่าทำมาอย่างไร
ไม่ห่วงต่อไปในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร
ก้มหน้าก้มตาไปทีละก้าวๆ
เห็นแค่ปัจจุบัน กายใจ ของตน
ที่จะทำให้ความยึดถือความสำคัญตนกับพระพุทธศาสนาลดลง

และเมื่อนั้นถึงจะเรียกได้ว่า เกิดมาพบพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

ป.ล. กรรมตามสนอง นายว่า
เพราะเราย้ายลูกน้องมากเกินไป
เราก็เลยต้องถูกย้ายบ่อยๆบ้าง

ป.ล. อัพเดทยอดบริจาค

- เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน = 7,264 บาท
(จะปิดรับบริจาควันศุกร์ที่ ๑๙ กันยายนค่ะ)
- โรงทาน = 4,350 บาท
- หนังสือธรรมะ = 5,354 บาท
(ยอดบริจาคที่ต้องการคือ 9,000 บาท)
(จะปิดรับบริจาควันอาทิตย์ที่ ๒๘ กันยายนค่ะ)
- ที่คั่นหนังสือ = 300 บาท
(จะปิดรับบริจาครูปแล้ว แต่ยังไม่ปิดรับบริจาคสมทบทุนค่ะ)

รายละเอียดโครงการต่างๆที่นี่เลย

http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/544


About this entry