ดีขึ้น
เว้นว่างไม่ได้พูดถึงอาการเจ็บป่วยของตัวเองมานาน
ก็เป็นอยู่บ้างประปราย ไม่ได้หายสนิทเสียทีเดียว
แต่ว่าอยู่กับมันได้ดีขึ้นแล้วนะ
อาการ IBS นี่ยังเป็นอยู่บ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าสมัยก่อน
ด้วยเพราะเข้าใจอาการและสาเหตุของมันมากขึ้น
จะรู้ตัวเลยว่า ถ้าเครียดปุ๊บ มันมาทันที
อาการเครียดเป็นอาการเดียวที่ห้ามไม่ได้
บทมันจะเครียด มันก็ต้องเครียด เราก็ยอมรับว่า
อ่อ เป็นเพราะเครียดอีกแล้วนะ
ส่วนเรื่องอื่นๆก็เพิ่งมาสังเกตได้ว่า
ถ้ากินของเผ็ดโดยเฉพาะมื้อเย็น
วันรุ่งขึ้นก็เตรียมตัวได้เลย จะมีอาการไปเลยทั้งวัน
เพราะในกระเพาะจะผลิดกรดเกินตั้งแต่เช้า
แล้วก็ทำให้เราปวดท้องไปจนถึงเย็นถึงจะดีขึ้น
ก็เลยงดของเผ็ด อาหารรสจัดมาสักพักใหญ่แล้ว
กินของเผ็ดหรืออาหารรสจัดได้เฉพาะที่ทำกินเองที่บ้านเท่านั้น
เพราะเราควบคุมอาหารที่บ้านได้ว่าจะเอารสชาติแค่ไหน
อีกอย่าง อาหารที่บ้านก็ทำรสไม่จัดมาก เป็นรสที่เราคุ้นเคย กินได้
ไม่ได้รสจัดเอาเป็นเอาตายเหมือนที่ขายๆกัน
อีกอย่างหนึ่งคือ หลีกเลี่ยงอาหารเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อ หมู ไก่
แต่ว่า เราพบว่า อันนี้เป็นเรื่องยากกว่าการเลี่ยงอาหารรสเผ็ดอีก
เพราะว่าอาหารส่วนมากก็ทำจาก 3 อย่างนี้
ไม่ค่อยมีใครใช้ปลา หรืออาหารทะเลทำอาหารเท่าไหร่
ก็คงยังกินอยู่นะ แต่ถ้าเลี่ยงได้ ก็จะไม่ค่อยกิน กินน้อยลง
กินแล้วรู้สึกหนักท้อง กระเพาะอาหารทำงานหนัก
แล้วเนื่องจากไม่ได้อยู่บ้านทุกวันแบบนี้
ทำให้เราพบว่า อาหารที่เค้าทำขายกัน
ส่วนมากเป็นอาหารเผ็ด รสจัด ทำจากเนื้อ หมู ไก่ เป็นหลัก
ซึ่งครบคุณสมบัติที่เรากินไม่ค่อยได้พอดี
ก็เลยเป็นสาเหตุให้มีการแพคกล่องข้าวมาที่ออฟฟิศ
แต่เป็นเพราะว่าอาหารที่ทำจากบ้านเก็บไว้ได้แค่ไม่กี่วัน
ถึงแม้จะใส่ตู้เย็นเอาไว้แล้วก็ตาม
ทำอาหารวันอาทิตย์กัน แล้วก็ใส่กล่องมาใส่ตู้เย็นเอาไว้
ก่อนจะแบ่งมากินที่ออฟฟิศ แล้วอุ่นเอา
เราพบว่า ถึงมันจะเป็นอาหารแช่เย็น ทำทิ้งไว้ก็ตาม
แต่มันก็ยังอร่อยกว่าอาหารที่เค้าขายเลยง่ะ
แซวกันว่า เป็นอาหารที่มีความรักของแม่ใส่อยู่เต็มเปี่ยม
(เวอร์ได้อีก)
หรือไม่ก็เพราะว่า ทำเองกินเอง บ่นอะไรมากไม่ได้
ไม่อร่อยอาทิตย์หน้าก็กลับไปแก้มือใหม่
นั่นแหละ เราว่าที่อาการดีขึ้น เป็นเพราะว่ารู้จักเลือกกินมากขึ้น
แล้วก็อยู่กับอาการของโรคได้ดีขึ้น ไม่ค่อยหงุดหงิดกับมัน
เพราะเราเห็นสาเหตุของมันทุกครั้งว่า เกิดจากอะไร
ก็ไม่รู้จะหงุดหงิดกับมันทำไม เพราะเราก็เป็นคนทำให้มันมาเอง
จะเข้าเทศกาลกินเจแล้ว ซึ่งไม่กินง่ะ
คิดว่าคงมีคนมาเมนท์ว่า กินเจแล้วจะมีอาหารให้เลือกมากขึ้น
แต่ว่าไม่ชอบกินเจล่ะ ไม่ชอบกินเห็ด ไม่ชอบกลิ่นเจ เรื่องมากมั้ย
ป.ล. อัพเดทยอดบริจาค
- เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน = 7,264 บาท
ปิดรับบริจาคไปแล้ว และไปซื้อของบางส่วนแล้ว 2,500 บาท
เงินจำนวนที่เหลือจะนำไปซื้อของในวันเสาร์ค่ะ
- โรงทาน = 5,170 บาท
- หนังสือธรรมะ = 6,004 บาท
(ยอดบริจาคที่ต้องการคือ 9,000 บาท)
(จะปิดรับบริจาควันอาทิตย์ที่ ๒๘ กันยายนค่ะ)
- ที่คั่นหนังสือ = 300 บาท
(จะปิดรับบริจาครูปแล้ว แต่ยังไม่ปิดรับบริจาคสมทบทุนค่ะ)
รายละเอียดโครงการต่างๆที่นี่เลย
About this entry
You’re currently reading “ ดีขึ้น ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 9.24.08 / 9am

No comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]