รักตัวเอง

ชายหนุ่มคนนั้นมาถามเราว่า
เค้าเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ที่ทำแบบนี้

ที่ยังคงพยายามทำโรแมนติกใส่เราอยู่เรื่อย
ทั้งๆที่เราไม่ค่อยรับมุขนี่แหละ

เราว่าคนเราในโลกนี้เห็นแก่ตัวทุกคนนะ
เราทุกคนรักตัวเองมากจนมองไม่เห็นว่ารักตัวเองมากขนาดไหน

ที่อยากมีแฟน อยากแต่งงาน ก็เพราะรักตัวเอง
หรือที่ไม่ยอมเลิกกับแฟน ก็เพราะรักตัวเองอีกนั่นแหละ

รักมากจนอยากจะหาคนมาสนองตัวเองให้มีความสุข
ไม่อยากอยู่คนเดียวให้เหงา ต้องมีใครสักคนมาช่วยให้เรามีความสุข

หรือรักมากจนไม่อาจจะยอมให้ตัวเองเป็นทุกข์เพราะเสียแฟนไป

ไม่ได้รักใครอื่นมากไปกว่าตัวเองหรอก

บางคนอาจจะคิดว่า เรารักแฟนมากกว่าตัวเอง
ถึงได้ยอมให้แฟนทำร้ายตัวเราเองอยู่เรื่อย

ความจริง คือ ถ้าเรารักตัวเองน้อยลงอีกนิด
เราจะกล้าเดินจากคนที่ทำร้ายเราได้ทันที
เพราะเราจะไม่กลัวที่จะไม่มีใคร
เราจะกล้าที่จะอยู่คนเดียวโดยไม่พึ่งใคร

ไม่ใช่เพราะว่า เรารักตัวเองน้อย
จนยอมให้คนที่ทำให้เราเป็นทุกข์อยู่ในชีวิตเราหรอก
แต่เป็นเพราะเราไม่ยอมดีดทุกข์ก้อนนั้นออกจากชีวิตเรามากกว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ได้อยู่ที่คนอื่น
ว่าเค้าเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ของเรา
แล้วเราไปยอมให้เค้าอยู่ในชีวิตเรา ทำให้เราเป็นทุกข์อยู่แบบนี้

แต่เป็นเพราะใจเรามันทนไม่ได้เอง
ที่จะยอมตัดสินใจอะไรสักอย่าง
เพราะเรากลัวผลที่ตามมา ว่ามันจะทุกข์ไปกว่านี้

และบางคนก็รักตัวเองมากขนาดที่รู้ว่า
ทำอะไรลงไปแล้วสาวเจ้าจะนิ่งเฉย
แต่ก็คงจะทำต่อไป เพราะรักตัวเองมากจนไม่กล้าเลิก
และไม่กล้าที่จะยอมรับว่า มันไม่มีหวังแล้ว

ทำไปก็เพื่อความสุขตัวเองที่ได้ทำ
ไม่ได้รักเรามากไปกว่าตัวเองอีกเหมือนกัน

มุมมองของทุกข์และสุขในโลกนี้
มันมีมุมกลับของมัน ที่เสียใจที่จะบอกทุกคนบนโลกว่า
มุมกลับของมันนี่แหละเป็นมุมแห่งความจริง
และไม่ใช่มุมที่คนปกติเกิดมาแล้วจะเห็นได้เอง

เราถูกหลอกให้มองไปข้างนอกว่า
ที่เราเป็นทุกข์หรือเป็นสุขอยู่นั้นเป็นเพราะคนอื่น เพราะสิ่งอื่น
ไม่เคยถูกสอนให้มองว่า ที่เป็นทุกข์ และเป็นสุขเพราะใจเราเอง

ใจเราเป็นผู้แปลสิ่งกระทบ ให้เป็นทุกข์และเป็นสุข
เราถูกสอนให้มองว่า ให้เปลี่ยนสิ่งกระทบนั้น
แล้วใจเราจะเป็นทุกข์และเป็นสุขไปตามนั้นเอง

ทั้งๆที่จริงๆแล้วแค่รู้ทันใจมันว่า
มันต้องการสิ่งกระทบที่เป็นสุข
และมันหลีกหนีสิ่งกระทบที่เป็นทุกข์

ทุกคนเป็นแบบนี้แหละ ไม่มีใครซับซ้อนไปกว่านี้
ความซับซ้อนที่เกิดขึ้นในใจเรา เพราะเราไปสร้างมันเอง
แล้วเราก็หลงเข้าใจไปว่า เรานี่แหละพิเศษกว่าคนอื่น
เราต้องทำอะไรให้พิเศษกว่าคนอื่น แล้วเราก็ดีกว่าคนอื่นด้วย

พอยิ่งเข้าใจผิด เราก็ยิ่งหาทางแก้ไขมันให้พิเศษเข้าไปอีก
เพราะคิดว่าทางธรรมดาๆไม่เหมาะกับเรา
ใช้หนทางธรรมดาๆแก้ไขไม่ได้ ต้องหนทางพิเศษเท่านั้น

แล้วเราก็ทำเรื่องยุ่งเข้าไปใหญ่
มีแต่เรื่องที่ต้องทำเต็มไปหมด
คิดแต่ว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุขมากกว่านี้
ต้องทำแบบนั้น ต้องทำแบบนี้

ก็เห็นทำโน่นนี่นั่นกันไปทั้งชีวิต ก็ยังหาความสุขกันจริงๆไม่เจอเลย

ขึ้นต้นเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ลงท้ายไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย

ป.ล. 1 มีคนทักว่า เราดูเป็นคนคิดมาก
เลยเพิ่งมาเห็นว่า เรามีความคิดยิบๆอยู่ตลอดเวลา
ไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นเหมือนสมัยก่อน

ป.ล. 2 อัพเดทยอด
- เด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน ค่าใช้จ่ายทั้งหมด = 8,506.5 บาท
- โรงทาน = 6,371.25 บาท
- หนังสือธรรมะ = 254 บาท
รับหนังสือมาแล้ว 3 เล่ม (600เล่ม) ยังเหลือกุญแจฯอีก 200 เล่ม
รับบริจาคอยู่นะคะ ใครอยากบริจาคก็ได้เลย
- ที่คั่นหนังสือ = 300 บาท
(จะปิดรับบริจาครูปแล้ว แต่ยังไม่ปิดรับบริจาคสมทบทุนค่ะ)

รายละเอียดโครงการต่างๆที่นี่เลย

http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/544


About this entry