ข้าวเช้า

ปกติเราจะเห็นคนอื่นไม่ค่อยกินข้าวเช้า
ยิ่งมาทำงานด้วยยิ่งเห็น จะมีแค่กาแฟ อะไรแค่นั้น

จริงๆแล้ววิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ
ไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้กินข้าวเช้า
เราก็เข้าใจ เพราะว่า ต้องตื่นเช้ามาทำงาน รถติด นอนดึก
ไม่มีครัว อยู่คนเดียวหรือ 2 คนก็ตาม
การหาข้าวเช้าดูเป็นเรื่องยุ่งยาก

แล้วเช้าๆก็ไม่ค่อยอยากกินอะไรกัน
ก็เลยไม่กินกันเสียเลย

แต่เพราะว่า แม่สอนให้กินข้าวเช้ามาแต่เด็ก
แม่จะบอกว่า ข้าวเช้าเป็นมื้อสำคัญ ต้องกิน
ไม่ว่าจะตื่นกี่โมง ก็ต้องกินให้เป็นนิสัย
ตื่นตี 5 ก็ต้องกิน ตื่น 9 โมง 10 โมง ก็ต้องกิน
แม่จะทำข้าวเช้าให้กินไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม
แม้แต่ตื่นเที่ยง ก็ยังต้องกินอีกแน่ะ
แล้วก็กินมื้อเที่ยงต่างหาก -”- นี่แหละแม่เรา
แล้วทำอย่างกับมีลูกคนเดียว มีตั้ง 6 คน
ตื่นพร้อมกันหรือก็เปล่า ก็ต้องเตรียมอาหารไปเรื่อยๆ
จนกว่าจะเที่ยงก็ค่อยเตรียมข้าวเที่ยงต่อไป

สุดยอดคุณแม่จริงๆ

ซึ่งทำให้เราติดข้าวเช้า
แม้ว่าจะมาใช้ชีวิตรีบเร่ง ไม่มีแม่เตรียมข้าวให้
ก็ยังต้องหากินเองให้ได้

พอกินมาเป็นนิสัยแล้วมันขาดไม่ได้แล้วล่ะ
นอกจากนั้น แม่ยังจะโทรเช็คด้วยว่า กินข้าวเช้าหรือเปล่า
ใครไม่กินข้าวเช้า แม่จะไม่รัก …

ไม่ได้เลย แม่ไม่รักเนี่ย พี่น้องประณามไปอีกนาน

เราว่าอันนี้อาจจะเป็นเคล็ดลับเลี้ยงลูกแบบหนึ่งนะ
เวลามีคนถามว่าน้องๆทำงานที่ไหน เรียนที่ไหน
ก็มักจะถามต่อว่า พ่อแม่เลี้ยงลูกมายังไงได้แบบนี้

เราว่า เรื่องกินข้าวเช้าอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้
(ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมด)
เพราะเรายังคิดอยู่ว่า เป็นเพราะกินอาหารทะเลแต่เด็ก
กินกุ้ง กินปลาทะเล จนเป็นเรื่องปกติของชีวิต
หรือจะที่แม่บอกว่า แค่เอาเท้าเขี่ยๆ ก็โตเองแหละก็ตาม

พอมาอยู่ออฟฟิศแบบนี้
ตอนแรกก็คิดว่าจะกินข้าวเช้ายังไงดีหว่า
(เมื่อก่อนขับรถไปหากินเอาดาบหน้า)
แต่ปรากฏว่า ก็สามารถมานั่งกินที่ออฟฟิศได้
เราเลยมีกิจวัตรมากินข้าวเช้าที่ทำงานทุกวัน
จนคนอื่นเค้าพลอยกินข้าวเช้าเต็มมื้อไปด้วยเลย

คิดเข้าข้างตัวเองเอาว่า
กินข้าวเช้านี่แหละที่ทำให้เราไม่อ้วน
เหมือนจะมีงานวิจัยอะไรบอกด้วยใช่มั้ย
ก็ไม่รู้หรอกว่าจริงหรือเปล่า
แต่ว่าก็กินมาตลอด สาวๆที่บ้านก็กินแบบนี้
ก็ไม่เห็นมีใครอ้วนเลย (ทั้งๆที่จริงๆพ่อแม่เลี้ยงดีมากนะ)

เราเลยเผยแพร่วัฒนธรรมว่า กินข้าวเช้า ข้าวเที่ยงตามสบาย
แล้วกินมื้อเย็นน้อยๆ หรือไม่กินไปเลย ทำให้ผอม
สาวๆก็เชื่อด้วยนะ ทำตามกันใหญ่

แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะเนี่ย

(พิสูจน์เอาจากสมัยที่เคยถือศีล 8
แล้วบางช่วงที่เคยลดน้ำหนัก อะไรแบบนั้น)

ป.ล.1 อัพเดทยอด

- โรงทาน = 16,986.25 บาท
- หนังสือธรรมะ = 1,754 บาท
- ที่คั่นหนังสือ = 400 บาท
(จะปิดรับบริจาครูปแล้ว แต่ยังไม่ปิดรับบริจาคสมทบทุนค่ะ)

รายละเอียดโครงการต่างๆที่นี่เลย

http://www.digitalinstinct.com/memoir07/archives/544


About this entry