ก่อนถึงบุญญาวาส
เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ไปเตรียมงานโรงทาน
ในส่วนของขนมก่อน
ที่จริงแล้วเราเป็นคนขับรถ
แล้วเจสไปอบขนมมากกว่า
ส่วนเราก็ทำแค่สุกี้เป็นอาหารกลางวันวันอาทิตย์
แค่นี้เอง
ทำน้ำซอส หั่นผักที่ใช้พี่หมีไปซื้อ
(เราไม่ได้ใช้นะ แฟนเค้าใช้กันเอง
เราแค่บอกว่าเราจะเอาอะไรบ้าง 55)
สาเหตุที่ทำเมนูนี้เพราะว่ากองนี้แหละ
เป็นหมูสไลด์ที่เหลือจากอาทิตย์ที่เราย่างหมูกินกัน
แต่ข้างบนซื้อมาเพิ่ม 2 แพค
ลวกๆต้มๆ
ฟู่ๆ เอาเข้าปาก งั่มๆ
ย้อนกลับมาวันเสาร์เทสหน้ากุ้งมายองเนสอีกรอบ
เพื่อที่จะได้กะปริมาณ และปรับรสชาติอีกครั้ง
ซึ่งก็ดีแล้วที่ได้ทดสอบ เพราะหลังจากลองปรับรสชาติดู
ด้วยการผสมมะนาวลงไป ก็พบว่า มีมิติมากขึ้น
ใครเค้าใช้ศัพท์นี้กัน ใช้กันเองนี่แหละมั้ง
พี่หมีกับเจสก็พูดเหมือนกันเป๊ะเลยคำนี้
เราว่าหน้านี้ขายดีแน่ๆ ชัวร์
ตั้งใจไว้ว่าจะทำ batch แรกแบบผสมมะนาว
แล้วจะดูสถานการณ์ว่าคนเบื่อหรือยัง
ถ้าเบื่อแล้ว batch ที่ 2 จะใส่ไข่กุ้ง
จะได้มีรสชาติหลากหลายขึ้น
Finale ^^
เสิร์ฟหน้าตาแบบนี้ที่บุญญาวาสล่ะ
ทำอาหารน่ะสนุกนะ สาวๆหัดทำกับข้าวเถอะ
เราจะได้ค้นพบอะไรใหม่ๆทุกครั้งที่ลงมือทำ
แล้วก็อาหารอร่อยๆจากเตาด้วยฝีมือเรามันมีอยู่จริงๆ
พอเทสเสร็จ เราก็ไม่มีอะไรทำแล้ว
ก็ปล่อยกิ๊กเค้าอบคุ๊กกี้ไป 3 batch
คือ ชอคฯชิพ ใบเตย และชาไทย
คุ้กกี้ชาไทย ชิมแล้ว แต่ตอนนั้นกลิ่นยังไม่ออก
ต้องรอให้เย็นก่อน (แอบกินตอนออกจากเตาใหม่ๆ งิง)
คุ้กกี้ชอคฯชิพ ที่รสชาติจินตนาการออก
ยังไม่ได้ชิมเลย แต่คิดว่าเอาไว้แจกดีกว่า
ไว้วันไหนอยากกินค่อยไปแง้วให้กิ๊กอบให้
เวลาที่เหลือนั้นเราก็ยุ่งอยู่กับที่คั่นหนังสือ
ตัด ทากาว เล็ม เจาะรู ร้อยเชือก
และดู CSI ไปด้วย กลับบ้านหลับตาเห็นศพเลย
วันอาทิตย์ได้กีบมาช่วยร้อยเชือกอีกคน
ได้มาประมาณ 200 กว่าอัน
เป็นที่คาดหมายได้ว่า หมดในพริบตาแน่ๆ
โรงงานผลิตที่คั่น
เสร็จแล้วววว
ส่วนไซเล้ง เดี๋ยววันเสาร์นี้จะแบ่งให้ก่อนนะ
คงแย่งกันวันอาทิตย์ไม่ทันแน่ๆ
โรงงานอบคุ้กกี้เสร็จตอน 6 โมง
โรงงานทำที่คั่นเสร็จประมาณทุ่มนึง
ทั้ง 4 ชีวิตเลยไปเซนทรัลเวิลด์ดีกว่า
ไปดูปืนใหญ่จอมสลัดกับกิน Heiroku sushi
ตอนแรกไม่ได้อยากดูอะไร
แต่เห็นมีพี่ติ๊ก มีอนันดา ก็เลยอ่ะ
อย่างน้อยเสียเงินเข้าไปดูพี่ติ๊ก
เหมือนที่เสียเงินให้พี่ทาเคชิบ่อยๆนั่นแหละ
ปรากฏจบเรื่องแอบเซ็ง
พี่ติ๊กค่าตัวแพงหรือไงนะ ออกมาแค่ 10 บาท เซ็ง
เป็นหนังที่ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน
พี่วินทร์เขียนบท CG อลังการ นักแสดงมากฝีมือ
ทุนสร้าง 200 ล้าน
สุดท้ายเราเดินออกจากโรงแล้วรู้สึกเหมือนเหมือนดูหนังตลก
แบบว่า ดูกันไปขำกันไป เพราะมันอลังการตกม้าตาย
ดูไปงงไป งงไปงงมา ไม่รู้ทำไง ขำมันซะเลย
ตอนฉากที่เมียอนันดาโผล่มาฉากแรก
เราก็ เอ๊ะ ….. นี่เมย์นี่นา
เมย์ที่ว่านี่คือ เป็นเพื่อนร่วมห้องเรามาตั้งแต่ ม.1
จนถึง ม.6 ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันตลอดหรอกนะ
แต่วนไปวนมาก็อยู่ห้องเดียวกันหลายปี
เราไม่ได้ดูรายละเอียดหนังก่อนเข้าโรงเลยไม่รู้มาก่อน
เห็นแล้วรู้สึกว่า อุ๊ย ได้แสดงเป็นเมียอนันดาด้วย ก้าวหน้าไม่เบา
ซึ่งใจต่อมาก็คิดต่ออีก คือ ไมได้ดูถูกเพื่อนนะ แต่ไม่คิดว่าเพื่อนดังอะไร
เลยคิดว่า ได้บทแบบนี้ คงอยู่ไม่กี่ฉาก -”-
อันนี้คงไม่เรียกสังหรณ์ใจ แต่เรียกว่า ความน่าจะเป็นมากกว่า
ไม่รู้ว่าจะแนะนำให้ไปดูดีเปล่าอ่ะ
เอาเป็นว่า เราว่าเราคุ้มตรงที่เราได้ขำนี่แหละ
แล้วเราก็ได้เห็นเพื่อนเราในโรง โอเคแล้ว
ส่วนคนอื่นเราไม่รู้
ป.ล.๑ แถมมะหมีที่โดนแกล้งตลอด 2 วัน
อาทิตย์หน้าไปแกล้งใหม่
ป.ล.๒ อัพเดทยอด
- โรงทาน = 20,147.75 บาท
- หนังสือธรรมะ = 1,754 บาท
เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายก่อนจะปิดทุกโปรเจคแล้วนะคะ
ใครที่ตั้งใจอยากทำก็ยังสามารถโอนมาได้อยู่
เงินที่เหลือเราจะเอาเข้ากองกฐินของวัดบุญญาวาส
About this entry
You’re currently reading “ ก่อนถึงบุญญาวาส ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 10.27.08 / 9pm














5 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]