จิตหดหู่
ช่วงนี้ถ้าเป็นศัพท์คนภาวนาเค้าจะเรียกว่าจิตตก
เราเรียกว่าจิตมันหดหู่ เศร้าหมอง
แต่มันไม่ได้เป็นทั้งวันอ่ะ
มันชอบเป็นตอนเช้าและตอนเลิกงานกลับบ้าน
ระหว่างวันก็เป็นแว้บๆบ้าง
ช่วงเช้าคงเป็นเพราะว่ายังเช้าอยู่
มันเลยมีเวลาคิดจินตนาการอะไรให้ใจมันเศร้าเล่น
ช่วงเย็นก็เหนื่อยกับงานจนหัวหมุน
ก็เลยไปคว้าเอาเรื่องที่ทำให้ใจมันเศร้ามาคิด
สรุปแล้วตอนนี้มันก็ชอบไปคว้าเอาเรื่องเศร้าๆมาคิด
นานๆเป็นทีนึง จำได้ว่าปีนี้เป็นแบบนี้หนที่ 2 มั้ง
น้อยกว่าชาวบ้านชาวเมืองเค้าตั้งเยอะ
อันนี้นับเฉพาะช่วงจิตตกแบบนานๆงี้เลย
จิตตกวูบวาบนี่จำไม่ได้หรอก
ความจริงแล้วมาตกช่วงนี้เราก็รู้สาเหตุนะ
แต่ขอไม่เล่าแล้วกันว่าเพราะอะไร
เอาเป็นว่า มันมีเหตุ แล้วเราก็ทำเหตุของเรามาเอง
ก็ต้องยอมรับมันไป แก้ไขอะไรไม่ได้
ส่วนหนึ่งก็เพราะความคิดเราด้วย
ที่ไปยึดมันมาว่าเป็นเรื่องของเรา
เราอยากให้เป็นงั้นให้เป็นงี้
แต่การภาวนามันทำให้เราอยู่กับจิตตกนี้ได้ดีขึ้น
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราก็จะเอาตัวเองลงไปอยู่ในหลุม
แล้วก็คิดว่าอยู่ในหลุมแบบนั้นทั้งวัน
พร้อมทั้งตะกายข้างหลุมหาทางออกมา
โดยไม่ได้สนใจหรอกว่า มันจะไปสร้างหลุมใหม่ข้างๆหรือเปล่า
พอเราปีนขึ้นจากหลุมนี้ เราก็ไปตกหลุมโน้นต่อ
แต่พอภาวนาแล้ว เราก็ได้เห็นว่า
จิตเราไม่ได้ตกทั้งวัน มันตกเมื่อใจเราไปคิดถึงเรื่องนั้น
หรือเมื่อเรื่องนั้นมันโผล่ขึ้นมาในใจเรา
(สองอันนี้ไม่เหมือนกันนะ ลองสังเกตดู)
พอเราเห็นว่าจิตมันไหลไปกับเรื่องนั้นให้เราเศร้า
มันก็เศร้าแค่นั้นแหละ ถ้าไม่ไปจิ้นต่อจากนั้นก็จบ
เพราะเดี๋ยวเราก็อย่างอื่นต้องทำ มีเรื่องอื่นต้องคิด
มันไม่ได้อยู่ในหลุมตลอดเวลาหรอก
หลายครั้งพอเศร้ามากๆ หดหู่มากๆ จุดหนึ่งก็เหมือนโผล่ขึ้นมาหายใจ
ว่า ไอ่ที่เศร้าอยู่ที่มันใครกัน มันไม่ใช่เรานะ
***
วันก่อนเจสส่งลิงค์สัมภาษณ์พี่ตู้มาให้เราอ่าน
เราอ่านจบแล้วมีคอมเมนท์ว่า
พี่ตู้มีชีวิตที่ดีเกินไป ไม่รู้จักว่าโลกนี้มันลำบากยังไง
เลยไม่เข้าใจว่า การไม่มีกินเป็นยังไง
คนที่ไม่เรียนหนังสือ ไม่ได้แปลว่าขี้เกียจอย่างเดียว
พี่ตู้จะรู้ไหมว่า รัฐให้เรียนฟรี แปลว่า
ค่าข้าวจ่ายเอง ค่าหนังสือจ่ายเอง ค่าเสื้อผ้าจ่ายเอง
ค่ารองเท้าจ่ายเอง ค่าเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนจ่ายเอง
แล้วคนที่เค้าไม่มี เค้าต้องเสีย opportunity cost
ในการทำงานหาเงินมาเรียนหนังสือ แบบที่ท้องหิวมาเรียนอีกด้วย
ไม่ได้แปลว่า รัฐให้เรียนฟรี คุณไม่เรียน คุณมันขี้เกียจ
คุณมันลิงบาบูน
เราขอเลือกตัวเองเป็นลิงบาบูน
ไม่ต้องมายัดเยียดให้เราเป็นชนชั้นอื่นด้วย
เราไม่ต้องการเป็นพวกเดียวกับคนที่เรียกคนอื่นว่าเป็นลิงบาบูน
เราไม่ต้องการอมาตยาธิปไตย
ที่มีมาก่อนยุคกรีกตั้ง 300 ปี ทันสมัยได้อีกแน่ะ
ป.ล.๑ คันไม้คันมืออยากทำโรงทานเต็มทนละ
คอนเฟิร์มพื้นที่เรียบร้อย วันศุกร์นี้ลางานไปเตรียมเลย
กะว่าคืนวันเสาร์ต้องได้นอนให้ได้
ป.ล.๒ อัพเดทยอด
- โรงทาน = 20,147.75 บาท
- หนังสือธรรมะ = 1,754 บาท
เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายก่อนจะปิดทุกโปรเจคแล้วนะคะ
ใครที่ตั้งใจอยากทำก็ยังสามารถโอนมาได้อยู่
เงินที่เหลือเราจะเอาเข้ากองกฐินของวัดบุญญาวาส
About this entry
You’re currently reading “ จิตหดหู่ ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 10.28.08 / 9pm

6 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]