โรงทานงานกฐินวัดบุญญาวาส ปีที่ ๓

จบไปแล้วกับงานโรงทานครั้งที่ ๓ ของเรา

ข่าวดีคือ เราได้นอนก่อนไปทำโรงทาน
ข่าวจริงคือ นอนไป ๒ ชั่วโมง … ก็ยังดีเนอะ

จริงๆแล้วควรจะได้นอนมากกว่านั้น
เพราะเตรียมงานกันเสร็จตั้งแต่หัวค่ำ
แต่ได้นอนแค่นั้นเพราะ enerygy boost up
ตั้งแต่วันศุกร์ วันเสาร์ พอจะข่มตาให้หลับก็เลยไม่ยอมหลับ

เหมือนร่างกายมันยังไม่ยอมปิดเครื่อง
กระตุ้นให้มันทำงานมาตั้งแต่วันศุกร์ เครื่องเลยค้าง

การเตรียมงานจริงๆก็ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน
ตามที่เล่าไปแล้ว ส่วนมากเป็นขนมทั้งนั้น

cookies

คุ้กกี้เหล่านี้

วันพฤหัสเจสก็เตรียมผสมแป้งเพื่อทำสคอร์นให้
ที่จะไปเป็นฐานให้ไข่ปลาและแซลมอนรมควัน

scone

พอวันศุกร์เราก็ลางานไปอบสคอร์นกับเจส
ก็อบกันเสร็จทั้งหมด ๖๐๐ กว่าชิ้น เสร็จตอน ๕ โมงเย็น
เจสเห็นเหลือเวลา ก็เลยอบคัพเค้กไปอีก

cupcake

กรี๊ดกร๊าดมาก เพราะว่าน่ารักมากมาย ชอบ
แล้วเราก็ได้บีบหน้าคัพเค้กแบบนี้ด้วย

cupcake

cupcake

cupcake

สวยอ่ะ มิน่าสาวๆชอบทำเค้ก
อร่อยด้วย แอบตบกลับบ้าน 2 อัน

cupcake

ส่วนฐานที่เป็น crostini เราก็สั่งฟู้ดแลนด์ได้มา
โดยประมาณ ๕๐๐ กว่าชิ้น

crostini

วันเสาร์เรายกครัวให้เจสก่อน
แล้วเราก็ออกมาทำส่วนที่ไม่ต้องใช้เตา

มีพลพรรคมาช่วยทำ
ช่วยหั่นหอม กระเทียม มะเขือเทศเพื่อทำซัลซ่า
หน้านี้จะตั้งใจจะทำเสร็จไปจากบ้านเลย

ส่วนฉันก็ผสมครีมที่ใช้ทำหน้าไข่ปลาและแซลมอนไว้
ใช้เวลาแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว แพคใส่ถุงพร้อมบีบ
เพื่อเอาไปประกอบหน้างาน

salmon

หั่นแซลมอนเป็นคำๆให้พอดีกับคานาเป้
จะได้ไม่ต้องไปฉีกหน้างานให้วุ่นวาย

เสร็จแล้วก็ไปยืนไซโคเจสที่อบเค้กกล้วยหอมอยู่
เพราะว่าอยากลวกกุ้งที่เป็นหน้าที่สี่เต็มทนแล้ว

Jeyz

เสร็จยังๆ

banana cake

เค้กอุ่นๆหอมๆจากเตา เสร็จคนมาช่วยไปหลายอันเลย

แล้วเราก็ได้ลงมือลวกกุ้งตอนหกโมงเย็น
เสร็จตอนประมาณ ๒ ทุ่ม ลวกและหั่นกุ้งไป ๕ กิโลกรัม

thousand of shrimps

กุ้ง ๕ โล

me

รอบนี้ได้เลือดนิดหน่อยตามประสา
เพราะว่าไปขูดผิวมะนาวเพื่อทำซอสสำหรับไข่ปลา
แล้วก็ไปขูดเอานิ้วตัวเองเข้า
ก็เลยให้กีบขูดไปแหละดีแล้ว ดูเป็นงานที่เราไม่ถนัด

ปีก่อนโน้นก็ได้เจสมาขูดให้ สรุปคือ เราขูดไม่เป็น ไม่เคยขูดกับเค้านั่นเอง

kip

กีบช่วยเก็บล้าง ล้างสะอาดมากกกกก
แม่บ้านสุดๆ ใครอยากได้เป็นแม่ศรีเรือนมั่ง กรอกใบสมัครได้ในนี้

หลังจากเตรียมงานเสร็จ ตกเย็นก็ไปกินข้าวเย็น
ก็คุยกันเรื่องโรงทานว่าปีที่ ๓ แล้ว ไม่น่ามีอะไรกังวล

แต่ว่าทั้งเราทั้งเจสก็ยังกังวลอยู่

เรากังวลเรื่องเดิมที่เรากังวลทุกปี
คือ เตรียมปริมาณไม่พอดี
ทั้งไม่พอดีที่จะแจก เช่น มากไป น้อยไป
แล้วก็ปริมาณหน้ากับฐานไม่พอดีกัน

ไม่ใช่มืออาชีพก็กังวลเป็นธรรมดา ไม่ค่อยมั่นใจ

แล้วกังวลเรื่องใหม่คือ
ปีนี้เป็นปีแรกที่เราขับไปเอง
๒ ปีที่ผ่านมาได้นกกับเจสเป็นคนขับให้
แต่ปีนี้ต้องขับเองตอนตีสามครึ่ง

เส้นทางบุญญาวาสนี่ก็ไม่ได้ไปบ่อย
กลางคืนก็ไม่เคยขับ แม้ปกติจะเป็นคนบอกทางชาวบ้านก็เถอะ

แต่ก็เก็บความกังวลไว้ ยังไงก็เตรียมของเสร็จแล้ว
แล้วยังไงก็ต้องขับไปอยู่ดี เพราะงั้นยังไงก็ต้องเดินหน้าล่ะ

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯตอนตี ๓ ครึ่ง
หลังจากแวะโอเอซิสแล้ว เราก็ขับยาวไป อ.บ่อทองเลย

เส้นทางไปบุญญาวาสเนี่ย
พูดจริงๆว่าจำไม่ได้หรอก
แต่ว่าพอถึงจุดที่ต้องเลี้ยว หรือต้องตัดสินใจ
เราจะรู้สึกว่าตรงนี้แหละ วิ่งแบบนี้แหละ
วิ่งตามเซนส์ล้วนๆ ไม่รู้ว่าเจสวิ่งตามเรามาอีกทีหรือเปล่า -”-

ระหว่างทางเจอหมอกลงเป็นช่วงๆ
แต่เพราะเป็นถนนใหญ่ก็เลยยังโอเคอยู่

มาไม่ค่อยโอเคตอนที่เข้าเส้นทางเข้าวัด
เพราะไม่มีไฟถนน เป็นเส้นทางตัดผ่านไร่แคบๆ
แล้วก็หมอกลงจัดขนาดเปิดไฟสูงแล้วมองได้ไม่เกิน ๕ เมตร

ก็ค่อยๆคลานไป มีเจสขับตามหลังมา
แล้วมาบอกเราทีหลังว่า ให้เรานำหน้า
เพราะกลัวเจอหลุม ให้เราเจอก่อน -”-
รักกันจริงๆนะเนี่ย

ไปถึงวัดบุญญาวาสตอน ๖ โมงเช้าพอดี
พระอาทิตย์ยังขึ้นไม่เต็มดวงเลย

รอบนี้มีคนมาช่วยขนของเยอะมาก
แบบว่าพอเปิดกระโปรงรถ
ก็มีคนมารุมเต็มหลังรถเรา
ช่วยยกของไปวางที่ซุ้มให้

ปีนี้ไม่มีอาการยืนงงเหมือนปีที่แล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะไม่มึนจากการไม่ได้นอนหรือเปล่า
แต่ว่ารู้ตัวว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง

สิ่งแรกที่เราทำคือ ผสมหน้ากุ้งมาโย

แล้วก็บรีฟให้พลพรรคสาวๆฟังว่า
แต่ละหน้าจะมีอะไร ใส่กับอะไร ผักอะไร

แล้วเราพบว่า แรงงานลอตนี้เก่งมากๆ
บรีฟนิดเดียวไม่ได้เป็นทางการเลย
แต่ว่าสามารถทำกันได้เป็นมืออาชีพสุดๆ

031108_20

ลอตแรกที่ทำออกมาก็เอาขึ้นประเคน

waiting to serve

แล้วเราก็ให้ความสำคัญกับอาหารประเคนมาก
คือ เอาไปวางแล้วก็ออกมาเลย
ปล่อยให้คนอื่นเค้าช่วยประเคนไป

ไม่เคยคิดจะส่งตัวแทนไปประเคนด้วยนะ
เพราะความตั้งใจเราจบแล้วล่ะ
คงมีคนช่วยประเคนให้อยู่แล้ว คนมากมาย

ซึ่งคนที่เค้าประเคนคานาเป้ให้เรา
เค้าอุตส่าห์เดินมาหาที่ซุ้ม
เพื่อที่จะบอกว่า ตอนที่เค้าประเคนคานาเป้ให้
มีคนรอบๆข้างถามว่า ทำเองเหรอ สวยจัง
ขายที่ไหน มีร้านหรือเปล่า

แล้วก็ไม่ได้มีทีมงานเราอยู่ตอบคำถามตรงนั้นเลย

เค้าก็เลยเดินมาบอกว่ามีคนปลาบปลื้มขนาดไหน

แต่เราไม่ได้รับรู้ฟีดแบคพวกนี้ด้วยตัวเองเลยนะ
เพราะว่าอยู่เดินไปเดินมา ดู production ตลอด
ว่าเอาขึ้นพอมั้ย มีอีกมั้ย ของอยู่ไหน ของพอมั้ย
ลงมือทำเองตรงที่ขาด จับคนว่างงานให้มีงานทำ ไรงี้

on process

ปีนี้อัพเกรดตัวเองเป็น management
มีเวลาถ่ายรูปเล่น จุ๊กจิ๊กๆ แกล้งคนอื่นด้วย
แต่ก็ยังไม่มีเวลาเดินไปดูซุ้มอื่นอยู่ดี

สรุปแล้วเราเตรียมไป ๔ หน้า ซึ่งน้อยกว่าปีอื่นๆ
ที่มี ๖ หน้าขึ้นไป

แบบว่า ทำเน้นๆ เนื้อๆ เลย ไม่ให้เหนื่อยมาก
แต่ได้ปริมาณและความอร่อยเท่าเดิม

หน้าที่ขายดีที่สุดเป็นไปตามความคาดหมาย
คือ หน้ากุ้งมาโย ที่ตอนซื้อกุ้งมานี่เหมามาหมดชั้น
ต้องไปขอให้เค้าเอากุ้งออกจากสต๊อคมาให้อีก

กีบยังบอกว่า แน่ใจว่าแค่ ๕ กิโลเหรอ ดูเหมือนเยอะกว่านั้น
แต่ถึงเยอะกว่านั้นเราก็มั่นใจว่าหมดล่ะ

ซึ่งก็หมดเป็นหน้าแรกจริงๆ
ตามไปด้วยซัลซ่า ที่หมดเพราะ crostini หมด
แต่ก็พอดีๆกันกับหน้าที่ใกล้จะหมดพอดี

หน้าไข่ปลาก็ตามคาด คือ กินยาก คนกินเป็นน้อย
เตรียมไป ๑๕๐ ชิ้น ดันหมดเป็นหน้าสุดท้าย

พอเปลี่ยนเป็นไข่กุ้ง กลับขายดีกว่า
แต่มันวางยากมาก ทำยากมาก เราทำเองคนเดียวเลย
เลยเอามาใส่ทีหลังตอนไข่ปลาหมดแค่นั้น

อีกหน้าที่ขายได้ตามกระแสคือ แซลมอนรมควัน
ปีนี้เรียนรู้แล้ว เราเลยหั่นไปเป็นคำๆ
แบบว่าเอาไปแปะไว้บนฐานได้เลย
ไม่ต้องมานั่งฉีกกันหน้างาน (แต่ก็แอบหั่นใหญ่ไปนะนี่)

หน้านี้เตรียมไปพอๆกับกุ้งมาโย คือ ๓๕๐ ชิ้น

เตรียมไปนี่คือ ๑๐๐๐ ชิ้น
เป็นแซลมอนรมควัน ๓๕๐ กุ้งมาโย ๓๕๐
ไข่ปลา ๑๕๐ ซัลซ่า ๑๕๐

แต่จริงๆแล้วก็เกิน ๑๐๐๐ ไปนิดหน่อย
เพราะว่าเผื่อเหลือเผื่อขาดมา

ทั้งหมดนี้แจกหมดเร็วมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ
อาจจะเพราะว่าคนเยอะกว่าปีอื่น
และหน้ากุ้งก็กินง่ายด้วยล่ะมั้ง

ปกติแจกโรงทานที่บุญญาวาสนี่
จะแจก ๒รอบ รอบแรกที่ ๘ โมงครึ่ง
หลังจากถวายภัตตาหารแล้ว เราก็จะเริ่มแจก
พอ ๑๐ โมง เราจะหยุดให้พิธีการกฐิน
แล้วเริ่มแจกอีกที ประมาณ ๑๑ โมง

ซึ่งปีนี้รอบแรกก็แจกเกือบหมดแล้ว
พอหมดพิธีการ จะแจกรอบสองก็เหลือแค่ถาดเดียว
ยกขึ้นมาวางก็หายไปเลย

ขนมของเจสก็หมดตามกันไปติดๆ

(มีคนกันเองรีบแบ่งเอาไปกินด้วย ไม่งั้นไม่เหลือแน่นอน)

คนมาทีหลังก็อดไป

@Bunyawas

บรรยากาศในวัด

แล้วเราก็เก็บของกลับเลย
ไม่ได้อยู่รอเททองหล่อพระพุทธรูปช่วงบ่าย
เพราะว่ามาตั้งแต่เช้าแล้ว กลัวถ่านหมด

เป็นรอบที่ทำโรงทานแล้วไม่เหนื่อยมากเหมือนปีอื่นๆ
แล้วก็รู้สึกสนุกกว่าปีอื่นๆด้วย ทุกคนก็ดูสนุกสนานดี
แม้ว่าจะต้องตื่นเช้ามาตั้งแต่ตีสองตีสามก็ตามที

Jeyz and Kip

หน้าตายิ้มแย้มสนุกสนานกันนะ

Nok me and kip

ส่วนความปลื้มใจมันมีอยู่นิดๆ ไม่มาก
อาจจะเพราะคุ้นชินกับอารมณ์แบบนี้แล้ว
ก็เลยไม่ได้รู้สึก overwhelm อะไร

แต่ก็รู้ตัวว่ามันมีความสุขแหละ
เพียงแต่ไม่ลอยออกมา โดดออกมาเท่านั้น

ปีนี้ความสุขมันไปอยู่ที่ การได้เห็นคนอื่นมาช่วยกันทำ
แล้วช่วยกันด้วยความเต็มใจ สนุกสนานกัน
เหมือนเปิดโอกาสให้เค้าได้รู้จักความสุขแบบนี้

มากกว่าที่จะไปมีความสุขตรงที่ เราได้ทำบุญใหญ่
ได้ถวายอาหารให้พระอาจารย์ตั๋น อะไรแบบนั้น

มันไม่ได้สุขเพราะเราอย่างโน้นอย่างนี้
แต่ไปสุขเพราะเราเห็นคนอื่นอย่างโน้นอย่างนี้
(ก็ยังมีเราอยู่ดีนั่นแหละ)

me

โอเคนะ ขนาดโดนถ่ายตอนเผลอ ก็ยังหน้าตาแฮปปูรี่อยู่

เป็น ๓ วันที่สนุกมาก ลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแล้ว

ถ้าเทียบกับการภาวนาแล้ว ความสุขแบบที่ทำโรงทานนี่
เป็นความสุขเล็กน้อยๆนะ แต่ก็ยังเลือกจะทำ
อย่างที่บอกก่อนหน้านี้คือ เราไม่ดูถูกการทำดีเล็กๆน้อยๆ
ถ้ามีโอกาส เราก็ทำ

ความจริงโรงทานนี่ไม่ได้เรียกว่าเล็กน้อยหรอก เป็นการลงแรงลงเงินพอสมควร
เราลางานมา ๑ วันที่ใครหลายคนอาจจะเห็นว่า เกินไปหรือเปล่า
แค่ไปทำบุญแค่นี้ แต่เราก็ลางานไปวัดบ่อย
เพราะด้วยเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตเรา
งานนี่ ถ้าเราไม่ทำ ก็มีคนทำแทน หรือพรุ่งนี้เราก็กลับไปทำชดเชย
หรือถ้าเราไม่มีโอกาสกลับไปทำ เค้าก็หาคนอื่นมาทำแทนได้อยู่ดี
บริษัทเค้าไม่เดือดร้อนหรอก เราก็ไม่เดือดร้อนหรอก ถ้าเราจะทำงานช้าไป ๑วัน
นายจะมาตำหนิกับวันลาที่เราสมควรจะได้ได้ยังไง
(ยังเหลืออีกตั้ง ๘ วัน จะสิ้นปีแล้ว ไม่รู้จะไปหยุดตอนไหนดี)

แต่เรื่องการทำบุญ ทำทาน ทำดีเนี่ย เป็นเรื่องเฉพาะตัว
ถ้าเราไม่ทำ ให้คนอื่นทำให้ก็ไม่ได้เหมือนที่เราทำเอง
ผลของมันก็จะไม่ได้มากับตัวเอง ถ้าไม่ลงมือเอง
ผลัดวันก็ไม่ได้ พรุ่งนี้ถ้าเราไม่มีโอกาสกลับไปทำ ก็หมดไปเลย

ปีนี้ดีใจที่เรากะปริมาณของที่แจกได้พอดีมากๆ
แต่ปีหน้าก็คงไม่เพิ่มปริมาณ เราคิดว่าเท่านี้พอดีแล้ว
ปีหน้าคนอาจจะน้อยกว่านี้ ก็คงแจกพอดี ๒ รอบ

อีกอย่างมากกว่านี้คงไม่มีรถจะขน อิปป้งก็คงขนไม่ไหวแล้ว

ปีหน้าอยากทำทั้งกระทงทองและคานาเป้
กระทงทองเลือกไว้แล้ว ๒ หน้า คือ หน้าแซลมอนครีมชีส หน้าพล่ากุ้ง
แล้วก็ยังอยากทำคานาเป้หน้าอื่นๆอีก ปีหน้าเราจะไม่ทำหน้าไข่กุ้ง ไข่ปลาแล้ว
ไว้จะลองหาหน้าอื่นๆมาทำดีกว่า อีก ๒ หน้า

ทอดกระทงสัก ๕๐๐ ชิ้น คงพอไหวนะ
อีก ๕๐๐ คงไปใช้ฐานที่ไม่ต้องทำเอง เช่น crostini หรือ ขนมปังอื่นๆ

ส่วนขนมเจสคงลดปริมาณลงไป
เพราะว่าขนมพวกนี้คนอื่นช่วยเจสไม่ได้เลย
ต้องทำคนเดียว อบคนเดียวตลอดรายการ
ช่วยได้แค่แพคลงถุง ลงกล่องให้แค่นั้นเอง
เราช่วยดู CSI อีกต่างหาก มีประโยชน์มาก

ปีหน้าอยากได้คนอื่นขับรถด้วย
อาจจะพิจารณาเช่ารถตู้ เพราะสังขารก็เริ่มเยอะแล้ว
รู้สึกว่า ทำมันทุกอย่างเลย สากกระเบือยันเรือรบ

Feedback ที่คนที่อยู่หน้าร้านเค้าเล่าให้ฟังมีดังนี้

** “มีคนบอกว่า อร่อย ก็เลยต้องมาชิมเสียหน่อย”

(แต่ไม่รู้ว่าหลังจากชิมแล้ว เค้ายังยืนยันอยู่หรือเปล่านะ อิอิ)

** “ได้อ่านบลอกแล้ว กลุ่มนี้น่ารักมากๆ”

** “ปีที่แล้วก็มาใช่ไหม”

สรุปค่าใช้จ่ายของงานนี้ดังนี้

ที่คั่นหนังสือ ๖๐๐ บาท (ที่เหลือเจสออก)
หนังสือธรรมะ ๙,๑๐๐ บาท
โรงทาน ๑๔,๘๔๕.๗๕ บาท
ทำบุญกฐิน ๙,๐๐๐ บาท

หนังสือธรรมะกับที่คั่นหนังสือ
ก็หมดไปเมื่อไหร่ไม่รู้ เราไม่รู้ตัวเลย
มารู้อีกทีตอนที่หายไปหมดแล้ว

อนุโมทนากับทุกท่านด้วยค่ะ
งานบุญใหญ่ๆปีนี้กับพวกเราก็หมดแค่นี้
มกราคมปีหน้า เราจะไปโรงพยาบาลสงฆ์เหมือนเดิม

ป.ล.๑ ขากลับมาไปกับเจส เจอปั๊ม self serve
เลยต้องลงไปเติมน้ำมันให้คุณนาย
ปั๊ม self serve นี่เรายินดีเติมนะ ถ้ามันจะสะอาดกว่านี้

me

ป.ล.๒ได้พบพระอาจารย์ตั๋นตอนท่านเดินมาดูโรงทานด้วย
ท่านเดินดูทุกปี ดีใจที่ยังเห็นท่านแข็งแรง หน้าตาสดใสอยู่
ท่านแวะคุยกับซุ้มเรานานด้วย ปลื้มๆ

ป.ล.๓ หาทางใช้ ๘ วันที่เหลือโดยการไปปลีกวิเวก
แต่ยังหาที่ไปไม่ได้เลย กลัวตุ๊กแกบุญญาวาส ฮือๆ

ป.ล.๔ มื้อกลางวันวันเสาร์ที่เตรียมงาน

pork with spicy sauce

หมูน้ำตก

pork with lemon sauce

หมูมะนาว

papaya salad

ส้มตำปูปลาร้าแซ่บๆ (คนสั่งเค้าสั่งงี้อ่ะ)

papaya salad

ส้มตำปูม้าไม่เผ็ด

ป.ล.๔ แถมมะหมีให้

mamii

mamii

mamii

mamii

ป.ล.๕ ในที่สุดกิ๊กก็อัพ ตามไปอ่านได้ http://mali.diaryis.com/?20081102

ป.ล.๖ ยอดบริจาคที่ได้จากกล่องที่รับบริจาคที่งานโรงทานอยู่ที่ ๖,๒๔๐
ได้อิกน้อยมาช่วยเชียร์ ยอดพุ่งกระฉูด


About this entry