หัวหินอีกครั้ง
เดือนนี้สงสัยจะได้มีไดให้อ่านอาทิตย์ละหนล่ะมั้ง
งานเยอะก็ส่วนหนึ่ง
แต่พอว่างก็ไม่รู้จะเล่าอะไรดี
ไปหัวหินมาหนึ่งคืน
คิดไปคิดมาว่าจะเอากล้องไปดีมั้ย
เพราะว่าน้องบลูก็เจ๊งไปแล้ว ขี้เกียจจะซ่อม
ส่วนน้องโอก็ดูจะมากไปในการขนไป
และถ้าขนไปต้องไปพร้อม 35-70 ที่เป็นเลนส์แก้ว
หนักมาก -”-
แต่สุดท้ายก็ อ่ะ เอาไปดีกว่า อย่างน้อยก็อยากถ่ายโรงแรม
ที่ยังไม่เคยมาพักเลย
ออกเดินทางด้วยของประจำตัวเวลาเดินทาง
ซิกเนเจอร์ฮอตชอกโกแลต
ปกติเวลาไปกราบหลวงอาจะแวะโอเอซิสเพื่อสั่งสิ่งนี้
ซึ่งไม่สั่งกินในเวลาอื่นเท่าไหร่ ยกเว้นเดินทาง ที่รู้สึกว่า มันเหมาะอ่ะ
จะคริสมาสต์แล้ว แก้วเป็นสีคริสมาสต์เลย
แล้วก็นี่คือ อาหารเช้าที่เค้าแจกบนรถ
กินหมดไปแค่ข้าวเหนียวหมู ที่เหลือให้คนอื่น
แจกเยอะนะนี่ ถ้าผู้ชายคงพอดีๆ กินหมด
แค่ 2 ชั่วโมงก็ไปถึงหัวหินแล้ว
เชอราตัน บลูลากูนแอนด์รีสอร์ท หัวหิน (มั้ง จำไม่ค่อยได้ว่าชื่อเต็มๆว่าอะไร)
บริเวณล๊อบบี้ที่เป็นแบบ open ลมเย็นดีมาก
อาจจะเพราะช่วงนี้อากาศดี ทำให้หัวหินบรรยากาศดีขึ้นไปอีก
ลมทะเลก็ไม่เหนียว เย็นสบาย
มื้อกลางวันกินบุฟเฟท์โรงแรม ที่รสชาติพอผ่านเฉยๆ
ซูชินี่ปลาไม่สด วาซาบิไม่อร่อย
อาหารอื่นๆก็ธรรมดา เหมือนบุฟเฟท์โรงแรมทั่วไป
มีเมนูเป็นปลาเยอะดี มีแต่คนชอบ
บลูเบอรี่ชีสเค้กอันนี้ใช้ได้เลย ชีสเป็นชีส
ห้องที่อยู่ด้านล่างจะเหมือนมีสระว่ายน้ำส่วนตัว
คือ เปิดประตูระเบียงลงมาก็ลงสระได้เลย
ในขณะที่ห้องอีกด้านหนึ่งจะเป็นสวนธรรมดา
ในห้อง
เดี๋ยวนี้ทุกโรงแรมเค้าต้องทำให้ห้องน้ำเปิดโล่งได้หมดแล้ว
ชักจะชิน ถ้าพักคนเดียวก็ไม่เลื่อนปิดแล้วนะ
กลางคืนที่นี่ก็สวยใช้ได้ จัดแสงดี
สระว่ายน้ำน่าโดด
ตอนบ่ายๆได้ว่ายไปครึ่งชั่วโมง อดไม่ได้
แม้ตารางจะแน่นขนาดไหนก็ตามที
ท้องฟ้ายามค่ำคืน
ดอกไม้บนเตียงก็ทำให้โรงแรมดูใส่ใจลูกค้ามากขึ้น
เช้าก็ตื่นมาไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นหรอก
แต่ก็ออกมาเจอว่า ต่อให้ตื่นมาก็ไม่เห็น เพราะเมฆทิศนั้นเยอะ
กว่าพระอาทิตย์จะพ้นเมฆก็เจ็ดโมงกว่าเข้าไปแล้ว
หาดสั้น น้ำขึ้น และคลื่นลมแรงมาก น่ากลัว
เช้าขึ้นมาถึงได้ค้นพบว่า สระว่ายน้ำแบ่งเป็น 2 รอบ
ก็เลยลงไปว่ายใหม่ให้ครบทุกส่วน อิอิ
มีแต่คนอึ้งที่อิฉันว่ายน้ำอยู่ได้ ก็คนมันชอบ
เช้าก็กินบุฟเฟท์อีกครั้ง อาหารเช้าเค้าใช้ได้เลย ชอบ
แต่ว่าไม่มีรูปมาโชว์เนื่องจากนั่งโต๊ะที่แอบเขินถ้าจะยกกล้องถ่าย
แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงที่ครัวเม็ดทราย หาดชะอำ
จำได้ว่าครั้งก่อนโน้นที่มาหัวหิน ก็พยายามจะมาร้านนี้กับพี่หมีกับเจส
แต่ขับยังไงก็หาร้านไม่เจอ (แค่เห็นป้ายแหละ ไม่รู้หรอกว่ารสชาติเป็นไง)
วันนี้เลยเจอแล้วว่าร้านอยู่ตรงไหน
อาหารรสชาติดีเลยล่ะ
ปลากระพงทอดน้ำปลา
ทะเลผัดฉ่ามั้ง
กุ้งไม่ค่อยสด อันนี้ไม่ประทับใจ
และน้องปูที่นั่งกินเป็นคนสุดท้ายถึงได้วางมือ
กินไปเกือบโล ทุกคนทึ่งกับการแกะปูโดยไม่ใช้มือได้
ของแบบนี้มันเป็นเทคนิคคนกินปูมาตั้งแต่เด็กจนโต
ต้องเคยสับปูมาก่อนแล้วจะรู้ว่าสรีระปูม้ามันแกะง่ายมาก
กินแต่อาหารทะเล คอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูด
รูปอาหารลอตนี้จะไม่ค่อยเหมือนที่เคยถ่าย
เพราะระยะโฟกัสใกล้สุดมันค่อนข้างห่างอ่ะ
แล้วก็ไปแวะที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร
ที่ผ่านตั้งหลายหนแล้วแต่ไม่เคยแวะเลย
เพราะเป็นทางเดียวกับไปพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
ปกติก็ขับเลยไปพระราชนิเวศน์ฯ
เข้าใจว่าทุกคนก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันหมดด้วย
ที่นี่ได้สร้างขึ้นเพื่อดำเนินการตามพระราชดำริ
และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพฯ
ที่มาทรงงานที่ค่ายพระรามหกในการฟื้นฟูป่าชายเลน
ป่าชายหาด และป่าเบญจพรรณ
หลังจากที่พระองค์ได้ฟื้นฟูสำเร็จแล้วจึงได้สร้างอุทยานแห่งนี้ขึ้นมา
เข้าไปเค้าก็ฉายวิดีทัศน์ให้ดูว่า ที่นี่มีความเป็นมาอย่างไร
จริงๆแล้วในเขตพระราชนิเวศน์ฯนี้
เป็นเขตการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์แห่งแรกของเมืองไทย
เพราะในสมัยรัชกาลที่ ๖ พระองค์ท่านได้สร้างพระราชนิเวศน์ฯ
เป็นพระราชวังฤดูร้อน และได้ประกาศให้เป็นเขตอภัยทาน
เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ บริเวณพระราชนิเวศน์ฯก็เปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากสมัยก่อนเป็นเขตป่าชายเลนเกือบทั้งหมด
แต่ว่าก็เริ่มมีชาวบ้านเข้ามาปลูกสิ่งก่อสร้าง ทำการเกษตร
จนกระทั่งป่าถูกทำลายไปเกือบหมด
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงงานพัฒนาที่นี่ก่อน
และสมเด็จพระเทพฯได้ทรงงานต่อด้วยการเริ่มปลูกป่าชายเลน
เป็นการปลูกป่าชายเลนแห่งแรกในเมืองไทย
จาก ๒๐๐ กว่าต้นเมื่อตอนเริ่มปลูก ประมาณปี ๒๕๓๙
มาวันนี้ ทางเราจะไปขอปลูกบ้าง เค้าก็บอกว่าเต็มแล้ว
ต้องไปหาที่ใหม่ให้ปลูก ไว้คราวหน้านะ -”-
อดปลูกป่าแต่นับเป็นเรื่องดีที่พบว่า ไม่ได้ปลูกเพราะพอแล้ว
นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงต่างๆ เหมือนมิวเซียมเลย
การจัดแสดงก็น่าสนใจ แต่ก็ยังไม่น่าดึงดูดใจมาก
ยังรู้สึกเป็นมิวเซียมเด็กๆอยู่ดี
แม้จะมี interaction แต่ก็งั้นๆ
เสร็จแล้วก็ไปแวะ outlet
ที่แวะทีไร ก็กินแต่วาฟเฟิลทุกที
ไม่เคยได้ซื้ออะไรกับเค้าเท่าไหร่เลย
โดนแซวว่ากินปูมาเกือบโลแล้วยังจะกินอีกเหรอ
แต่ช่วงนี้พบว่าตัวเองฟิตแอนด์เฟิร์มมาก
อาทิตย์นี้ว่ายน้ำไป ๓ วัน โยคะอีก ๑ วัน
ปกติแล้วจะมีโยคะอาทิตย์ละ ๑ วัน
ส่วนว่ายน้ำนี่ก็แล้วแต่ว่าว่างแค่ไหน
ป.ล.๑ เมื่อยหัวไหล่และแขนมาก
กับการแบกน้องโอริโอไปกับเลนส์ตัวนี้
เราพบว่า ผู้ชายเค้ามือสั่นกว่าเราอีกเวลาใช้น้องโอฯุถ่าย
รูปลอตที่มีรูปตัวเองจะหลุดโฟกัสตลอด
หรือว่าแขนเราจะล่ำเกินไปนะ
ป.ล.๒ ด้วยสาเหตุอะไรไม่บอก แต่ไปแต่งชุดนี้มา
เป็นมิสะมิสะภาคผมสั้น
ป.ล.๓ อยากกินข้าวมันไก่โรงแรมมณเฑียร
ไว้รอกิ๊กกลับมาก่อน แล้วจะรีบไปกินเลย แงมๆ
About this entry
You’re currently reading “ หัวหินอีกครั้ง ,” an entry on Mink’s Memoir
- Published:
- 11.15.08 / 10am
































6 Comments
Jump to comment form | comments rss [?] | trackback uri [?]