🔐 RSA-2048: ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับอนาคตความปลอดภัยข้อมูล
📋 บทนำ: ทำไม RSA-2048 จึงสำคัญ?
RSA-2048 เป็นหนึ่งในอัลกอริทึมการเข้ารหัสที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งใช้อย่างแพร่หลายในระบบดิจิทัลทุกระดับ ตั้งแต่การธนาคารออนไลน์ การสื่อสารทางทหาร ไปจนถึงแอปพลิเคชันบนมือถือที่เราใช้ทุกวัน
บทบาทสำคัญ:
🔐 เข้ารหัสข้อมูลสำคัญ (Data Encryption)
🛡️ การรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต (Internet Security)
💳 การทำธุรกรรมทางการเงิน (Financial Transactions)
📧 อีเมลและการสื่อสาร (Email & Communication)
🔗 SSL/TLS Certificates บนเว็บไซต์
🎯 RSA-2048 คืออะไร?
คำจำกัดความพื้นฐาน
RSA-2048 คืออัลกอริทึมการเข้ารหัสแบบ กุญแจสาธารณะ (Public Key Cryptography) ที่ใช้กุญแจขนาด 2048-bit ซึ่งถือเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
โครงสร้างทางคณิตศาสตร์
RSA-2048 = p × q
โดยที่:
– p = จำนวนเฉพาะขนาดใหญ่ประมาณ 308 หลัก
– q = จำนวนเฉพาะขนาดใหญ่ประมาณ 308 หลัก
– n = p × q = จำนวนคอมโพสิตขนาด 2048-bit (617 หลัก)
หลักการทำงาน
- สร้างกุญแจ: สุ่มเลือกจำนวนเฉพาะ p และ q ขนาดใหญ่
- คำนวณ n = p × q: ได้ modulus สำหรับการเข้ารหัส
- คำนวณ φ(n) = (p-1) × (q-1): ฟังก์ชันออยเลอร์
- เลือก e: เลขชี้กำลังสาธารณะ (ปกติคือ 65537)
- คำนวณ d: เลขชี้กำลังส่วนตัว
🔬 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเทคโนโลยี
ประวัติความเป็นมา
- 1977: ค้นพบโดย Ron Rivest, Adi Shamir, และ Leonard Adleman
- 1983: จดสิทธิบัตรและเริ่มใช้เชิงพาณิชย์
- 1990s: กลายเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการเข้ารหัส
- 2000s: RSA-1024 → RSA-2048 (เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของพลังคอมพิวเตอร์)
การใช้งานในโลกจริง
| แอปพลิเคชัน | การใช้งาน | ความสำคัญ |
|---|---|---|
| HTTPS/SSL | เข้ารหัสการเชื่อมต่อเว็บ | 🔒 ป้องกันการดักฟังข้อมูล |
| Digital Signatures | ลงลายมือชื่อดิจิทัล | ✅ ยืนยันตัวตน |
| Email Encryption (PGP) | เข้ารหัสอีเมล | 📧 ความเป็นส่วนตัว |
| VPN/IPsec | อุโมงค์ส่วนตัวเสมือน | 🔗 ความปลอดภัยเครือข่าย |
| Blockchain/Crypto | การทำธุรกรรม | 💰 ความปลอดภัยทางการเงิน |
| Military/Government | ข้อมูลลับ | 🛡️ ความมั่นคงประเทศ |
⚠️ ภัยคุกคาม Quantum Computing: ทฤษฎีถึงความเป็นจริง
ทำไมถึงเป็นปัญหา?
ปัญหาหลัก: คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถแก้ปัญหา การแยกตัวประกอบของจำนวนเฉพาะขนาดใหญ่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานของความปลอดภัยของ RSA
Shor’s Algorithm: อัลกอริทึมที่เปลี่ยนวงการ
- ค้นพบโดย: Peter Shor (1994)
- หลักการ: ใช้ Fourier Transform บนควอนตัมคอมพิวเตอร์
- ความสามารถ: แยกตัวประกอบจำนวนเฉพาะได้อย่างรวดเร็ว
- เวลาที่ใช้: โพลิโนเมียล (Polynomial Time) ไม่ใช่ Exponential Time
ความต้องการฮาร์ดแวร์
| ปี | ความต้องการ Qubits | สถานะ | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| 2019 | 20+ ล้าน qubits | ทฤษฎี | Craig Gidney (Google) |
| 2023 | 1+ ล้าน qubits | ปรับปรุง | การวิจัยใหม่ |
| 2026 | <100,000 qubits | BREAKTHROUGH! | Iceberg Quantum |
🚀 BREAKING NEWS: กุมภาพันธ์ 2026
Iceberg Quantum Pinnacle Architecture
เปลี่ยนแปลงเกมไปอย่างสิ้นเชิง!
สิ่งที่ค้นพบ
- เทคโนโลยีใหม่: Residue Number System (RNS) arithmetic
- ผลลัพธ์: ลดความต้องการฮาร์ดแวร์ลง 10 เท่า!
- Performance: สามารถแยกตัวประกอบ RSA-2048 ใน 8 ชั่วโมง
- Qubits ที่ต้องการ: <100,000 qubits (เทียบกับ 1+ ล้านในอดีต)
สถาปัตยกรรมหลัก
# Pinnacle Architecture หลักการ
class QuantumPinnacle:
def __init__(self):
self.qldpc_codes = True # Quantum Low-Density Parity-Check
self.magic_engines = True
self.memory_blocks = True
self.rns_arithmetic = True # Residue Number System
self.modular_units = True
def factor_rsa_2048(self):
# 8 hours with <100,000 qubits
return p, q # Prime factors
🏃♂️ Quantum Computing Race 2026
ผู้นำตลาดและความสำเร็จ
IBM
- 433-qubit Condor: เครื่องที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
- 120-qubit Nighthawk: เน้นคุณภาพและความน่าเชื่อถือ
- เป้าหมาย: Quantum Advantage ภายในสิ้นปี 2026
- ทุนลงทุน: $2+ พันล้านดอลลาร์
Google Quantum AI
- 1000-qubit Willow: เครื่องขนาดใหญ่
- Error Correction: ทำสำเร็จ logical qubits
- Sycamore: ได้สร้าง quantum advantage แล้ว
- ทีมงาน: John Martinis, นักฟิสิกส์ชั้นนำ
Atom Computing
- 1225-qubit neutral-atom: เทคโนโลยีใหม่
- Neutral Atoms: ใช้อะตอมแทน superconducting circuits
- ประสิทธิภาพ: ความน่าเชื่อถือสูงกว่า
Microsoft Azure Quantum
- Topological Qubits: แนวทางใหม่
- Surface Code: มาตรฐาน error correction
- Partner Network: ร่วมกับหลายบริษัท
Timeline การพัฒนา
2026: ✅ Verified Quantum Advantage (IBM)
2027: 🎯 1,000+ ควอนตัมคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์
2028: ⚡ 10,000-qubit systems
2030: 🔥 Cryptographically Relevant Quantum Computers (CRQCs)
🛡️ Post-Quantum Cryptography (PQC)
ทำไมต้องเตรียมพร้อม?
- Timeline ถูกเร่ง: 2026-2028 (ไม่ใช่ 2030s)
- Data harvesting attacks: ศัตรูอาจเก็บข้อมูลไว้และถอดรหัสในอนาคต
- Infrastructure lifetime: ระบบบางอย่างใช้งาน 10+ ปี
- Migration time: ต้องใช้เวลานานในการเปลี่ยนผ่าน
NIST Standards ล่าสุด
FIPS 203-205 (Published August 2024)
1. CRYSTALS-KYBER (Key Encapsulation)
- ประเภท: Lattice-based cryptography
- คีย์ขนาด: Small public keys, efficient encryption
- ความปลอดภัย: ต่อการโจมตีแบบ quantum และ classical
- ประสิทธิภาพ: เร็วและมีประสิทธิภาพสูง
2. CRYSTALS-Dilithium (Digital Signatures)
- ประเภท: Lattice-based signatures
- ลายเซ็นขนาด: ปานกลาง
- ความปลอดภัย: Strong security guarantees
- ประสิทธิภาพ: Fast signing and verification
3. SPHINCS+ (Hash-based Signatures)
- ประเภท: Stateless hash-based signatures
- ความปลอดภัย: Mathematical security proofs
- ข้อดี: ไม่ต้องพึ่ง computational assumptions
- ข้อเสีย: ลายเซ็นขนาดใหญ่
ML-KEM: Kyber เวอร์ชันมาตรฐาน
- สถานะ: ✅ มาตรฐานแรกที่ได้รับการอนุมัติ
- การใช้งาน: เริ่มใช้ใน OpenSSL 3.0+
- บริษัทที่นำไปใช้: Cloudflare, Google, Microsoft
📊 ผลกระทบทางธุรกิจและสังคม
ผู้ได้รับผลกระทบหลัก
1. ภาคการเงิน
- Banks: ระบบ SWIFT, inter-bank transfers
- Payment Gateways: Visa, Mastercard, PayPal
- Crypto Exchanges: Bitcoin, Ethereum, other blockchains
- Investment Firms: การเทรดหลักทรัพย์ดิจิทัล
2. ภาครัฐและความมั่นคง
- Military: การสื่อสารทางทหาร
- Intelligence Agencies: ข้อมูลลับ
- Diplomatic Communications: การทูต
- Critical Infrastructure: พลังงาน, น้ำ, การคมนาคม
3. บริษัทเทคโนโลยี
- Cloud Providers: AWS, Azure, Google Cloud
- Software Companies: การอัปเดตซอฟต์แวร์
- Hardware Manufacturers: อุปกรณ์ IoT, routers, switches
- Telcos: โทรศัพท์มือถือ 5G
การประเมินความเสี่ยง
| ระดับความเสี่ยง | ระยะเวลา | การดำเนินการ |
|---|---|---|
| CRITICAL | 0-2 ปี | เริ่ม migration ทันที |
| HIGH | 2-5 ปี | วางแผนและเริ่มทดสอบ |
| MEDIUM | 5-10 ปี | ศึกษาและเตรียมพร้อม |
| LOW | 10+ ปี | ติดตามสถานการณ์ |
🎯 แผนปฏิบัติการ: การเตรียมพร้อมสำหรับ Post-Quantum Era
Phase 1: Assessment (ทันที – 3 เดือน)
inventory:
– ระบุระบบที่ใช้ RSA-2048
– ประเมินความสำคัญของแต่ละระบบ
– จัดลำดับความสำคัญ
risk analysis:
– ประเมินความเสี่ยงหาก RSA-2048 ถูกทำลาย
– คำนวณผลกระทบทางธุรกิจ
– วางแผน mitigation
Phase 2: Planning (3-6 เดือน)
migration strategy:
– เลือก PQC algorithms ที่เหมาะสม
– ออกแบบ crypto-agility
– วางแผน rollout ทีละขั้น
budget allocation:
– Human Resources: 40%
– Technology: 35%
– Training: 15%
– Testing: 10%
Phase 3: Implementation (6-24 เดือน)
development:
– Implement PQC libraries
– Update crypto protocols
– Testing and validation
deployment:
– Canary releases
– A/B testing
– Gradual rollout
Phase 4: Monitoring (ต่อเนื่อง)
threat intelligence:
– Monitor quantum computing progress
– Track cryptographic research
– Update security policies
🏢 กรณีศึกษา: บริษัทชั้นนำ
- การเตรียมพร้อม: เริ่มตั้งแต่ 2016
- นวัตกรรม: NewHope, CECPQ1, CECPQ2
- ผลลัพธ์: ทดสอบ PQC บน Chrome และ Google Cloud
- บทเรียน: การทดลองจริงสำคัญกว่าทฤษฎี
Cloudflare
- โครงการ: Post-Quantum Crypto Experiment
- เทคโนโลยี: NTRU, NewHope
- ผลลัพธ์: สำเร็จในการทดสอบบน production
- บทเรียน: การทำงานร่วมกับชุมชนโอเพนซอร์ซ
NSA (National Security Agency)
- คำแนะนำ: Commercial National Security Algorithm (CNSA) Suite
- วิสัยทัศน์: Transition to PQC ภายในปี 2025
- บทบาท: ผู้นำในการเปลี่ยนผ่าน
🔬 งานวิจัยและนวัตกรรมล่าสุด
Quantum Resistant Algorithms
- Lattice-based: NTRU, Ring-LWE, Module-LWE
- Hash-based: Lamport signatures, Merkle trees
- Code-based: McEliece cryptosystem
- Multivariate: Rainbow signatures
- Isogeny-based: SIKE (ถูก break ในปี 2022)
Hybrid Approaches
# Hybrid Encryption Example
def hybrid_encrypt(message):
# Use both classical and quantum-resistant
classical_part = rsa_encrypt(message)
quantum_part = kyber_encrypt(message)
return combine(classical_part, quantum_part)
Hardware Acceleration
- FPGA implementations: เพิ่มความเร็วของ PQC algorithms
- ASIC designs: Hardware-specific optimizations
- GPU acceleration: Parallel processing for PQC
📈 การคาดการณ์และแนวโน้ม
Timeline 2026-2030
2026:
– ✅ <100,000 qubits milestone
– ✅ PQC standards fully implemented
– ⚠️ RSA-2048 considered “at risk”
2027:
– 🎯 Commercial quantum computers available
– 🔄 Mass migration from RSA to PQC
– 📚 Widespread quantum education
2028:
– 🔥 First practical quantum attacks on small RSA keys
– ⚡ 10,000+ qubit systems common
– 🌐 Quantum internet experiments
2029-2030:
– 💥 RSA-2048 broken in practice
– 🛡️ PQC becomes mandatory
– 🌍 Global quantum infrastructure
Market Projections
- Quantum Computing Market: $65 พันล้านดอลลาร์ (2026)
- PQC Market: $25 พันล้านดอลลาร์ (2026)
- Growth Rate: 40%+ CAGR
- Investment: $100+ พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก
🎓 การศึกษาและพัฒนาทักษะ
ทักษะที่จำเป็น
- Cryptography Theory: เข้าใจพื้นฐานการเข้ารหัส
- Quantum Computing: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับควอนตัม
- Security Engineering: การออกแบบระบบปลอดภัย
- Compliance: มาตรฐานและกฎหมาย
- Project Management: การจัดการโครงการเปลี่ยนผ่าน
แหล่งเรียนรู้
- Online Courses: Coursera, edX, MIT OpenCourseWare
- Books: “Post-Quantum Cryptography”, “Quantum Computing for Everyone”
- Conferences: PQCrypto, Quantum Computing conferences
- Research Papers: arXiv, IACR ePrint
- Standards: NIST, ISO/IEC
🔚 บทสรุป: เรียกร้องให้ทำงานร่วมกัน
ข้อความสำคัญ
- ไม่ใช่เรื่อง “ถ้า” แต่เป็นเรื่อง “เมื่อไร”: RSA-2048 จะถูกทำลายในอนาคตอันใกล้
- การเตรียมพร้อมตอนนี้: เริ่ม migration ก่อนที่จะสายเกินไป
- ความร่วมมือ: รัฐบาล, บริษัทเอกชน, สถาบันการศึกษา ต้องทำงานด้วยกัน
- การศึกษา: ลงทุนในการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับ quantum และ PQC
“The time to prepare for quantum threats is now, not when the first quantum computer breaks RSA-2048. By then, it will be too late.” – NIST Director
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
เอกสารอย่างเป็นทางการ
งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
- Shor, P. W. (1994). “Polynomial-Time Algorithms for Prime Factorization and Discrete Logarithms on a Quantum Computer”
- Gidney, C. & Ekerå, M. (2021). “How to factor 2048 bit RSA integers in 8 hours using 20 million noisy qubits”
- Iceberg Quantum (2026). “Pinnacle Architecture: Reducing RSA-2048 Factorization Requirements by 10x”
ข่าวสารและอัปเดต
เอกสารนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ข้อมูลอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับ RSA-2048 และภัยคุกคามจาก Quantum Computing
อัปเดตล่าสุด: 21 กุมภาพันธ์ 2026
ผู้สร้าง: ProudAI
เจาะลึกเทคโนโลยี TIGR-Tas และบทวิเคราะห์โอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรม Biotech

🚀 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร (TL;DR)
- นิยามเทคโนโลยี: TIGR-Tas คือระบบตัดต่อพันธุกรรมยุคถัดไปที่มีต้นกำเนิดจากไวรัส (Bacteriophage) ต่างจาก CRISPR-Cas9 ที่มาจากแบคทีเรีย
- จุดแข็งหลัก: มีขนาดโปรตีนเล็กกว่า Cas9 ถึง 4 เท่า ช่วยแก้ปัญหาการนำส่งเครื่องมือ (Delivery Bottleneck) และมีความแม่นยำสูงขึ้นด้วยระบบ Dual-guide RNA
- มุมมองการลงทุน: อุตสาหกรรมกำลังมุ่งสู่ยุค ‘Mini-Editors’ หุ้นเด่นในกลุ่ม ได้แก่ Beam Therapeutics (BEAM) ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุด และ Prime Medicine (PRME) ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Prime Editing
- แนวโน้มตลาด: คาดว่า TIGR จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมการรักษาแบบ In-vivo (รักษาในร่างกาย) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
🧪 การวิเคราะห์เชิงเทคนิค (TIGR-Tas vs. CRISPR-Cas9)
เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการค้นพบ CRISPR-Cas9 ของ Jennifer Doudna และ Emmanuelle Charpentier ซึ่งถือเป็นยุค 1.0 ของวงการ อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดด้านขนาดและความเสี่ยงในการตัดผิดตำแหน่ง (Off-target effects) นำไปสู่การค้นพบนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า TIGR-Tas (Tandem Interspaced Guide RNA)
1.1 กลไกการทำงานระดับโมเลกุล
TIGR-Tas ใช้ชุดโปรตีนที่เรียกว่า TasR และ TasH ทำหน้าที่เป็นตัวตัด DNA โดยมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าระบบเดิมในหลายมิติ:
- ขนาดที่กะทัดรัด (Compact Design): โปรตีน Tas มีขนาดเพียง 1 ใน 4 ของโปรตีน Cas9 ทำให้สามารถบรรจุลงในพาหะอย่าง Adeno-associated virus (AAV) ได้ง่ายกว่า ช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนในการผลิตยา
- ระบบนำทางคู่ (Dual-guide Mechanism): ในขณะที่ CRISPR ใช้ Guide RNA เพียงสายเดียว TIGR ใช้ tigRNA ที่มีตัวระบุตำแหน่ง (Spacer) 2 จุด ทำงานร่วมกันเพื่อจับ DNA ทั้งสาย Sense และ Antisense การตัดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทั้ง 2 จุดตรงกันเท่านั้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่อพันธุกรรมส่วนอื่น
- ความแม่นยำในการซ่อมแซม: TIGR สร้างการตัดที่มีปลายเหลื่อม (8-nucleotide 3’ overhangs) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกระบวนการซ่อมแซมแบบ Homology-Directed Repair (HDR) ทำให้การสอดแทรกยีนใหม่ทำได้แม่นยำกว่าการตัดแบบปลายทู่ (Blunt end) ของ Cas9
💰 ส่วนที่ 2: บทวิเคราะห์ฐานะการเงินและโอกาสการลงทุน
จากการประเมินสถานะทางการเงินประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับระบบการทำงานของ Feng Zhang (ผู้ค้นพบ TIGR) มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
2.1 Beam Therapeutics (NASDAQ: BEAM)
- จุดเด่น: ผู้นำด้าน Base Editing (การเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมรายตัวอักษร)
- สถานะการเงิน: มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสูงถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ระยะเวลาการดำเนินงาน (Cash Runway): ครอบคลุมถึงปี 2571
- วิเคราะห์: BEAM มีฐานะการเงินที่มั่นคงที่สุดในกลุ่ม มีศักยภาพสูงในการซื้อลิขสิทธิ์เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น TIGR มาบูรณาการกับ Platform เดิมของบริษัท
2.2 Prime Medicine (NASDAQ: PRME)
- จุดเด่น: นวัตกรรม Prime Editing หรือ ‘เครื่องพิมพ์ดีดทางพันธุกรรม’
- สถานะการเงิน: มีเงินสดคงเหลือประมาณ 213 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ระยะเวลาการดำเนินงาน (Cash Runway): ครอบคลุมถึงปี 2570
- วิเคราะห์: แม้จะเป็นบริษัทในระยะเริ่มต้น แต่มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด การค้นพบ TIGR ช่วยตอกย้ำทิศทางของตลาดที่มุ่งเน้นความแม่นยำและการนำส่งที่ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่ PRME กำลังพัฒนา
2.3 Editas Medicine (NASDAQ: EDIT)
- จุดเด่น: ผู้ถือครองสิทธิบัตรรากฐานของ CRISPR
- สถานะการเงิน: มีเงินสดคงเหลือประมาณ 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ระยะเวลาการดำเนินงาน (Cash Runway): ครอบคลุมถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2570
- วิเคราะห์: มีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ที่ค่อนข้างต่ำ (~240 ล้านดอลลาร์) มีโอกาสเป็นเป้าหมายในการถูกซื้อกิจการ (M&A) โดยบริษัทยาข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ต้องการทางลัดเข้าสู่เทคโนโลยี Gene Editing
📈 ส่วนที่ 3: บทสรุปและมุมมองในอนาคต
การเปลี่ยนผ่านจากยุค CRISPR 1.0 สู่ยุคของ Mini-Editors อย่าง TIGR-Tas เป็นสัญญาณชัดเจนว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพกำลังก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ด้านวิศวกรรมการนำส่งยา สำหรับผู้ลงทุน การกระจายความเสี่ยงในกลุ่มบริษัทที่มีเงินสดคงเหลือสูงและมี Platform ที่ยืดหยุ่นถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนสูงจากการทดลองทางคลินิก
จักรยานพับได้ Montague Crosstown ขนาด 19″, 7 Speed, ยาง 700c [สินค้ามือสอง]

Montague Crosstown ขนาด 19″ จักรยานพับได้ แบบ full size สามารถพับใส่ท้ายรถ compact ได้ (เช่น มาสด้า 2)
ซื้อมาตั้งแต่ปี 2014 ได้ใช้งานไม่ถึง 10 ครั้ง
ประกาศขายราคา 29,900 บาท ติดต่อได้ที่ line @ake117
สะดวกนัดเจอตัวและรับของในกทมและปริมณฑล เพราะต้องสอนการใช้งานเบื้องต้น
ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นเพื่อออกกำลังกาย ปั่นพักผ่อนหย่อนใจ ปั่นชิลๆ ปั่นไปทำงาน หรือใช้เดินทางสัญจรในเมือง
จุดเด่นคือการใช้งานที่ง่ายดาย มาพร้อมชุดเกียร์ 7 สปีด ให้คุณลุยได้ทุกเส้นทาง ยางหน้ากว้าง 35 มม. และเบาะนั่งที่นุ่มสบายเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือการออกแบบท่านั่งขับขี่แบบหลังตรง (Upright riding position) ซึ่งช่วยลดความเมื่อยล้าบริเวณหลังและข้อมือ ทำให้คุณปั่นได้สนุกและยาวนานขึ้น เพียงแค่ “พับ แล้วไปได้เลย”
ความสะดวกสบายที่ลงตัวรอคุณอยู่!





ของแถม
• ถุงใส่จักรยาน เพื่อช่วยสะดวกในการเคลื่อนย้าย และจัดเก็บ
• บันไดจักรยานโลหะแบบถอดได้ เพื่อให้สะดวกในการพับเก็บแล้วไม่กินพื้นที่
• กระดิ่ง
• ขาตั้ง
Note: หมวกและที่ใส่กระบอกน้ำ ไม่ได้แถมครับ

Specifications
• Frame Sizes: 19″ (48 cm)
• For Rider: 160-178 cm (เหมาะกับคนตัวสูง 160-178 ซม)
• Standover height: 71 cm (ยืนคร่อมจักยาน เป้าควรสูงกว่า 71 ซม)
• Speeds: 7
• Wheel Size: 700c
• Folded Size: 36″ x 28″ x 12″
• Approx Weight: 12.5Kg (เวลาเอาใส่หรือเอาออกจากรถต้องออกแรงยกมากหน่อย)




*************** มีรอยถลอกที่เบาะด้านซ้ายและโครงเบาะด้านซ้าย เนื่องจากเคยล้ม 1 ครั้ง ***************

เนื่องจากจักรยานซื้อมา 10 กว่าปียังไม่เคยเปลี่ยนยาง จึงแนะนำให้เปลี่ยนยางจักรยานใหม่ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง
โซ่ก็เช่นกันเนื่องจากไม่ได้ใช้งานเลยหลายปี อาจต้องทำความสะอาดใส่น้ำมันโซ่ใหม่ครับ
You must be logged in to post a comment.